ย่อ / หลักกฎหมาย
1ในคดีที่การชำระเงินเป็นประเด็นข้อสำคัญ ถ้าจำเลยนำเงินมาวางศาลตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องแล้ว นับแต่วันที่วางเงินเช่นว่านั้นเป็นต้นไป จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่วางไว้นั้นโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเช่าโรงสีที่ค้าง ๕ เดือน เงิน ๑๓๐๐ บาท กับดอกเบี้ยในเงินค่าเช่าที่ค้างอีก ๔๘.๗๕ บาท ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์มีหนี้สินเกี่ยวค้างพัวพันอยู่กับจำเลย และโจทก์ขอให้จำเลยหักหนี้เอาในค่าเช่าโรงสี ฉะนั้นจำเลยจึงงดส่งค่าเช่าให้โจทก์ จำเลยมิได้เป็นผู้ผิดนัก จึงพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าให้โจทก์ ส่วนดอกเบี้ยให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้นว่าดอกเบี้ย ๔๘.๗๕ บาทนั้น จำเลยไม่ควรเสีย แต่เห็นว่าจำเลยต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ เพราะว่าในตอนนี้โจทก์ได้ทวงถามแล้ว จำเลยขอผัดโจทก์มิให้ผัด จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ดอกเบี้ย ๑๐๐ ละ ๗ ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๐ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
2จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีได้ความว่าจำเลยได้นำเงิน ๑๕๐๐ บาท มาวางศาลไว้แต่ก่อนวันที่ ๑ มิถุนายนแล้ว เพราะฉะนั้นตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๓๕ จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในตอนนี้ให้โจทก์ต่อไป จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2481นายแต้ม เชิญธงไชยโจทก์นายคูณ แซ่เตียว กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 224 ป.วิ.พ. ม. 135ในคดีที่การชำระเงินเป็นประเด็นข้อสำคัญ ถ้าจำเลยนำเงินมาวางศาลตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องแล้ว นับแต่วันที่วางเงินเช่นว่านั้นเป็นต้นไป จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่วางไว้นั้นโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเช่าโรงสีที่ค้าง ๕ เดือน เงิน ๑๓๐๐ บาท กับดอกเบี้ยในเงินค่าเช่าที่ค้างอีก ๔๘.๗๕
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1บาท ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์มีหนี้สินเกี่ยวค้างพัวพันอยู่กับจำเลย และโจทก์ขอให้จำเลยหักหนี้เอาในค่าเช่าโรงสี ฉะนั้นจำเลยจึงงดส่งค่าเช่าให้โจทก์ จำเลยมิได้เป็นผู้ผิดนัก จึงพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าให้โจทก์ ส่วนดอกเบี้ยให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้นว่าดอกเบี้ย ๔๘.๗๕ บาทนั้น จำเลยไม่ควรเสีย แต่เห็นว่าจำเลยต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ เพราะว่าในตอนนี้โจทก์ได้ทวงถามแล้ว จำเลยขอผัดโจทก์มิให้ผัด จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ดอกเบี้ย ๑๐๐ ละ ๗ ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๐ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
2จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีได้ความว่าจำเลยได้นำเงิน ๑๕๐๐ บาท มาวางศาลไว้แต่ก่อนวันที่ ๑ มิถุนายนแล้ว เพราะฉะนั้นตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๓๕ จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในตอนนี้ให้โจทก์ต่อไป จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น(มนธา-พลางกูร-วิเศษ)ศาลชั้นต้น - นายจรูญ ทินบุตรสิริศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมวินิจฉัยแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเช่าโรงสีที่ค้าง ๕ เดือน เงิน ๑๓๐๐ บาท กับดอกเบี้ยในเงินค่าเช่าที่ค้างอีก ๔๘.๗๕ บาท ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์มีหนี้สินเกี่ยวค้างพัวพันอยู่กับจำเลย และโจทก์ขอให้จำเลยหักหนี้เอาในค่าเช่าโรงสี ฉะนั้นจำเลยจึงงดส่งค่าเช่าให้โจทก์ จำเลยมิได้เป็นผู้ผิดนัก จึงพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าให้โจทก์ ส่วนดอกเบี้ยให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้นว่าดอกเบี้ย ๔๘.๗๕ บาทนั้น จำเลยไม่ควรเสีย แต่เห็นว่าจำเลยต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ เพราะว่าในตอนนี้โจทก์ได้ทวงถามแล้ว จำเลยขอผัดโจทก์มิให้ผัด จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ดอกเบี้ย ๑๐๐ ละ ๗ ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๐ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
3จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีได้ความว่าจำเลยได้นำเงิน ๑๕๐๐ บาท มาวางศาลไว้แต่ก่อนวันที่ ๑ มิถุนายนแล้ว เพราะฉะนั้นตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๓๕ จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในตอนนี้ให้โจทก์ต่อไป จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น
(มนธา - พลางกูร - วิเศษ)
ศาลชั้นต้น - นายจรูญ ทินบุตรสิริศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมวินิจฉัย