คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2475 ย่อ (หลักกฎหมาย) ความหมายแพ่งมาตรา 335 ข้อ 12 นั้น หมายถึง สุนัขดุด้วย ตำรวจมีอำนาจขังเจ้าของสุนัขดุร้ายที่ไปทำร้ายผู้อื่นได้ วิธีพิจารณาอาชญาง. ถูกสุนัขซึ่งออกมาจากบ้านโจทก์กัด จึงนำความมาแจ้งต่อตำรวจ แล ปรากฎว่าสุนัขนั้นเป็นสุนัขดุ ตำรวจได้เปรียบเทียบให้โจทก์ทำขวัญ ง. โจทก์ไม่ยอมโดยว่าไม่ใช่สุนัขของตน จำเลยพึงนำเรื่องเสนอ ข. ผู้บังคับการตำรวจ ๆ ฟัง ให้ฟ้องโจทก์เป็นความอาชญา แล้วจำเลยที่ ๑ สั่งให้จำเลยที่ ๒ จัดการตามระเบียบคือ เรียกประกัน แลให้พิมพ์ลายนิ้วมือ แต่โจทก์ไม่ยอมประกันตัวเอง จำเลยจึงเอาโจทก์ขังไว้สัก ๕ นาที บัดนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแกล้งกักขังโจทก์ทำให้เสื่อเสียอิสสรภาพ ศาลฎีกาว่า เรื่องนี้เป็นความอาชญาแลจำเลยไต่สวนแล้วเชื่อว่าสุนัขเป็นของโจทก์เอง ทั้งผู้บังคับการตำรวจได้สั่งให้ฟ้องโจทก์เป็นคดีอาชญา จำเลยมีอำนาจขังโจทก์ได้ แต่ใช้อำนาจรุนแรงไป จำเลยจึงยังไม่มีผิด ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2475นางวิชิตชลไชยโจทก์นายร้อยตำรวจโทประสงค์จำเลยประสังคมานนายสิบตำรวจเอกจัน อาชญา ม. 270 - 271ความหมายแพ่งมาตรา 335 ข้อ 12 นั้น หมายถึง สุนัขดุด้วย ตำรวจมีอำนาจขังเจ้าของสุนัขดุร้ายที่ไปทำร้ายผู้อื่นได้ วิธีพิจารณาอาชญาง. ถูกสุนัขซึ่งออกมาจากบ้านโจทก์กัด จึงนำความมาแจ้งต่อตำรวจ แล ปรากฎว่าสุนัขนั้นเป็นสุนัขดุ ตำรวจได้เปรียบเทียบให้โจทก์ทำขวัญ ง. โจทก์ไม่ยอมโดยว่าไม่ใช่สุนัขของตน จำเลยพึงนำเรื่องเสนอ ข. ผู้บังคับการตำรวจ ๆ ฟัง ให้ฟ้องโจทก์เป็นความอาชญา แล้วจำเลยที่ ๑ สั่งให้จำเลยที่ ๒ จัดการตามระเบียบคือ เรียกประกัน แลให้พิมพ์ลายนิ้วมือ แต่โจทก์ไม่ยอมประกันตัวเอง จำเลยจึงเอาโจทก์ขังไว้สัก ๕ นาที บัดนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแกล้งกักขังโจทก์ทำให้เสื่อเสียอิสสรภาพ ศาลฎีกาว่า คำพิพากษา เรื่องนี้เป็นความอาชญาแลจำเลยไต่สวนแล้วเชื่อว่าสุนัขเป็นของโจทก์เอง ทั้งผู้บังคับการตำรวจได้สั่งให้ฟ้องโจทก์เป็นคดีอาชญา จำเลยมีอำนาจขังโจทก์ได้ แต่ใช้อำนาจรุนแรงไป จำเลยจึงยังไม่มีผิด(วิกรม-วิชัย-นล)ศาลชั้นต้น - พระพิศธรรมวินิจฉัย.ศาลอุทธรณ์ - พระยาลักษณ์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ง. ถูกสุนัขซึ่งออกมาจากบ้านโจทก์กัด จึงนำความมาแจ้งต่อตำรวจ แล ปรากฎว่าสุนัขนั้นเป็นสุนัขดุ ตำรวจได้เปรียบเทียบให้โจทก์ทำขวัญ ง. โจทก์ไม่ยอมโดยว่าไม่ใช่สุนัขของตน จำเลยพึงนำเรื่องเสนอ ข. ผู้บังคับการตำรวจ ๆ ฟัง ให้ฟ้องโจทก์เป็นความอาชญา แล้วจำเลยที่ ๑ สั่งให้จำเลยที่ ๒ จัดการตามระเบียบคือ เรียกประกัน แลให้พิมพ์ลายนิ้วมือ แต่โจทก์ไม่ยอมประกันตัวเอง จำเลยจึงเอาโจทก์ขังไว้สัก ๕ นาที บัดนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแกล้งกักขังโจทก์ทำให้เสื่อเสียอิสสรภาพ ศาลฎีกาว่า เรื่องนี้เป็นความอาชญาแลจำเลยไต่สวนแล้วเชื่อว่าสุนัขเป็นของโจทก์เอง ทั้งผู้บังคับการตำรวจได้สั่งให้ฟ้องโจทก์เป็นคดีอาชญา จำเลยมีอำนาจขังโจทก์ได้ แต่ใช้อำนาจรุนแรงไป จำเลยจึงยังไม่มีผิด องค์คณะ: วิกรม - วิชัย - นล กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา