ย่อ / หลักกฎหมาย
1เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งคำสั่งของศาลโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ซึ่งเป็นอาคาร 32 ชั้นโดยผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าพื้นที่ของอาคารในชั้นที่ 19เป็นที่ทำการ ถ้าหากการส่งหนังสือดังกล่าวมีพนักงานของอาคารเป็นผู้ลงชื่อรับในใบตอบรับไว้ก่อนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม2542 แล้วนำส่งให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 จริงก็ต้องถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลในวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 เพราะพนักงานของอาคารมิใช่บุคคลผู้อยู่หรือทำงานในสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ การที่เจ้าหนี้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2542ย่อมไม่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะต้องสั่งให้ไต่สวนให้ได้ความจริงเสียก่อน
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2539 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2539เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว ทำความเห็นเสนอศาลว่าควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เจ้าหนี้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้เจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่าการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้ชอบหรือไม่ คดีนี้เจ้าหนี้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งของศาลที่สั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้โดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังอาคารเลขที่ 191/50-53 ถนนรัชดาภิเษก อาคารซีทีไอทาวเวอร์ ชั้น 19 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ภูมิลำเนาของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารขนาด32 ชั้น ผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าพื้นที่ของอาคารในชั้นที่ 19เป็นที่ตั้งของที่ทำการ ในการส่งหนังสือไปยังผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ ณ ภูมิลำเนาดังกล่าวนี้ มีเจ้าหน้าที่ของอาคารซีทีไอทาวเวอร์เป็นผู้รับหนังสือ อาคารนี้มีบริษัทต่าง ๆ เช่าอยู่ทั้ง 32 ชั้น เจ้าหน้าที่ของอาคารต้องจำแนกหนังสือที่มีถึงบริษัทต่าง ๆ เสร็จแล้วจึงนำส่งให้แต่ละบริษัทซึ่งไม่สามารถทำเสร็จภายในวันเดียว คดีนี้เจ้าหน้าที่ของอาคารลงชื่อรับในใบตอบรับวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 แล้วนำส่งให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2542 จึงต้องถือว่าผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลในวันที่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่ของอาคาร เห็นว่า ตามหมายแจ้งคำสั่งศาลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2542 ซึ่งแนบท้ายอุทธรณ์คำสั่ง มีตราประทับของสำนักงานผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ระบุเลขที่รับ 8282 วันที่ 19 กรกฎาคม 2542 และในใบตอบรับในสำนวนคำขอรับชำระหนี้รายที่ 1 ลำดับที่ 35 ระบุชื่อผู้รับแทนว่า ศรายุทธหนึ่งคำมี เกี่ยวพันกับผู้รับโดยเป็นพนักงานได้รับไว้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 หากนายศรายุทธ หนึ่งคำมี เป็นพนักงานของอาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ ย่อมมิใช่บุคคลผู้อยู่หรือทำงานในสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ เมื่อนายศรายุทธหรือพนักงานของอาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ นำหนังสือแจ้งคำสั่งส่งมอบให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ในวันที่ 19 กรกฎาคม2542 ดังที่ปรากฏตามตราประทับในเอกสารดังกล่าวข้างต้นจริงก็ต้องถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2542 เจ้าหนี้ยื่นอุทธรณ์วันที่ 19 สิงหาคม 2542 ย่อมไม่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ กรณีชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะต้องส่งให้ไต่สวนให้ได้ความจริงเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาเจ้าหนี้ฟังขึ้น"พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้ ฉบับลงวันที่ 7 ตุลาคม 2542แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2544ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชนโจทก์ผู้ขอรับชำระหนี้โจทก์ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชนโจทก์นาย เทพรัตน์ ปิยะรัตน์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 74เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งคำสั่งของศาลโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ซึ่งเป็นอาคาร 32 ชั้นโดยผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าพื้นที่ของอาคารในชั้นที่ 19เป็นที่ทำการ ถ้าหากการส่งหนังสือดังกล่าวมีพนักงานของอาคารเป็นผู้ลงชื่อรับในใบตอบรับไว้ก่อนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม2542 แล้วนำส่งให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 จริงก็ต้องถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลในวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 เพราะพนักงานของอาคารมิใช่บุคคลผู้อยู่หรือทำงานในสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ การที่เจ้าหนี้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2542ย่อมไม่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะต้องสั่งให้ไต่สวนให้ได้ความจริงเสียก่อนคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2539 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2539เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว ทำความเห็นเสนอศาลว่าควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เจ้าหนี้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้เจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่าการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้ชอบหรือไม่ คดีนี้เจ้าหนี้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งของศาลที่สั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้โดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังอาคารเลขที่ 191/50-53 ถนนรัชดาภิเษก อาคารซีทีไอทาวเวอร์ ชั้น 19 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ภูมิลำเนาของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารขนาด32 ชั้น ผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าพื้นที่ของอาคารในชั้นที่ 19เป็นที่ตั้งของที่ทำการ ในการส่งหนังสือไปยังผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ ณ ภูมิลำเนาดังกล่าวนี้ มีเจ้าหน้าที่ของอาคารซีทีไอทาวเวอร์เป็นผู้รับหนังสือ อาคารนี้มีบริษัทต่าง ๆ เช่าอยู่ทั้ง 32 ชั้น เจ้าหน้าที่ของอาคารต้องจำแนกหนังสือที่มีถึงบริษัทต่าง ๆ เสร็จแล้วจึงนำส่งให้แต่ละบริษัทซึ่งไม่สามารถทำเสร็จภายในวันเดียว คดีนี้เจ้าหน้าที่ของอาคารลงชื่อรับในใบตอบรับวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 แล้วนำส่งให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2542 จึงต้องถือว่าผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลในวันที่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่ของอาคาร เห็นว่า ตามหมายแจ้งคำสั่งศาลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2542 ซึ่งแนบท้ายอุทธรณ์คำสั่ง มีตราประทับของสำนักงานผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ระบุเลขที่รับ 8282 วันที่ 19 กรกฎาคม 2542 และในใบตอบรับในสำนวนคำขอรับชำระหนี้รายที่ 1 ลำดับที่ 35 ระบุชื่อผู้รับแทนว่า ศรายุทธหนึ่งคำมี เกี่ยวพันกับผู้รับโดยเป็นพนักงานได้รับไว้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 หากนายศรายุทธ หนึ่งคำมี เป็นพนักงานของอาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ ย่อมมิใช่บุคคลผู้อยู่หรือทำงานในสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ เมื่อนายศรายุทธหรือพนักงานของอาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ นำหนังสือแจ้งคำสั่งส่งมอบให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ในวันที่ 19 กรกฎาคม2542 ดังที่ปรากฏตามตราประทับในเอกสารดังกล่าวข้างต้นจริงก็ต้องถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2542 เจ้าหนี้ยื่นอุทธรณ์วันที่ 19 สิงหาคม 2542 ย่อมไม่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ กรณีชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะต้องส่งให้ไต่สวนให้ได้ความจริงเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาเจ้าหนี้ฟังขึ้น"พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้ ฉบับลงวันที่ 7 ตุลาคม 2542แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ(ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-พิชัย เตโชพิทยากูล-วัฒนชัย โชติชูตระกูล)แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74(2) บัญญัติให้ส่งคำคู่ความหรือเอกสาร ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของคู่ความหรือบุคคลที่ระบุในคำคู่ความหรือเอกสาร และมาตรา 76 บัญญัติว่า เมื่อไม่พบบุคคลดังกล่าวณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานนั้น จึงจะส่งให้แก่บุคคลอื่นตามที่ระบุได้ คดีนี้ผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าอาคารชั้นที่ 19ในอาคาร 32 ชั้น เป็นที่ทำการ พนักงานไปรษณีย์นำหนังสือ(ปกติใช้หมายนัด) แจ้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ให้เจ้าหนี้ทราบ ไปส่งไว้แก่นายศรายุทธ ซึ่งเจ้าหนี้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของอาคาร แล้วนายศรายุทธจึงส่งมอบหนังสือนั้นให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้อีกต่อหนึ่ง
2ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หากเป็นดังเจ้าหนี้อ้าง นายศรายุทธก็มิใช่บุคคลผู้อยู่หรือทำงานในสำนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ ต้องถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อนายศรายุทธส่งหนังสือให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ ดังนี้ ผู้หมายเหตุสงสัยว่าถ้าถือว่านายศรายุทธมิใช่บุคคลซึ่งทำงานอยู่ในสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้แล้ว การส่งหนังสือของพนักงานไปรษณีย์ก็ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 73 ทวิประกอบด้วยมาตรา 74(2) และมาตรา 76 ย่อมจะถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วมิได้ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานที่ศาลใช้ในการส่งคำคู่ความหรือเอกสารนั้น ปกติถือเอาทะเบียนบ้านเป็นสำคัญและอาคารสำนักงานต่าง ๆ ที่ปลูกเป็นตึกหลังเดียวจะมีกี่ชั้นก็ตามปกติย่อมมีเลขที่บ้านเลขเดียว (กรณีตามจ่าหน้าซองหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระบุว่าอาคารเลขที่ 191/50-53เข้าใจว่าเป็นอาคาร 4 หลัง ผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าอยู่ชั้น 19ของอาคารหลังหนึ่ง) นอกจากนั้นตามที่เจ้าหนี้อ้างปรากฏว่าเจ้าของอาคารยังให้มีเจ้าหน้าที่ของอาคารเป็นผู้รับหนังสือรวมกันแล้วจึงจำแนกหนังสือส่งบริษัทต่าง ๆ ที่เช่าอาคาร ดังนี้ ผู้หมายเหตุเห็นว่าน่าจะถือเอาอาคารทั้งหลังนั้นเป็นสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ และนายศรายุทธเป็นบุคคลซึ่งทำงานที่สำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้แล้ว การส่งหนังสือจึงเป็นการส่งโดยชอบตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2542 แต่เมื่อพนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เพิ่งได้รับหนังสือจากนายศรายุทธเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 จึงต้องถือว่าผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 และนับกำหนดอายุอุทธรณ์จากวันที่ได้ทราบนี้ ตรงตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ทั้งนี้เพราะวันรับอาจจะมิใช่วันทราบก็ได้แล้วแต่พฤติการณ์ โดยมีคำพิพากษา
3ศาลฎีกาวินิจฉัยมาแล้วหลายเรื่องว่า แม้จะถือว่าได้มีการส่งหนังสือโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 76 ในวันใดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเป็นเด็ดขาดไม่ได้ว่าผู้ที่จะรับหนังสือได้ทราบถึงหนังสือนั้นในวันที่ส่ง ผู้รับหนังสืออาจนำสืบว่าความจริงตนได้รับเมื่อใดเพื่อพิสูจน์ว่าตนได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปภายในกำหนดเวลาแล้วได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2506ที่ 960/2511 และที่ 1353/2530) ส่วนการส่งคำคู่ความหรือเอกสารให้แก่บุคคลที่เช่าอาคารสำนักงานเพียงบางชั้นอยู่ในอาคารสูงหลายชั้นโดยวิธีปิดคำคู่ความหรือเอกสารนั้น ก็อาจมีปัญหาว่าจะปิดที่ชั้นที่เช่า หรือที่ชั้นล่างหรือที่หน้าอาคาร ก็คงแล้วแต่ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องว่าปิดตรงนั้นแล้วผู้จะรับคำคู่ความหรือเอกสารควรจะได้เห็นหรือไม่ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3004/2532 ที่ 2524/2542 และที่ 1398/2542 สมบูรณ์ บุญภินนท์คำพิพากษา: คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2539 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2539เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว ทำความเห็นเสนอศาลว่าควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เจ้าหนี้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้เจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่าการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้ชอบหรือไม่ คดีนี้เจ้าหนี้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งของศาลที่สั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้โดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังอาคารเลขที่ 191/50-53 ถนนรัชดาภิเษก อาคารซีทีไอทาวเวอร์ ชั้น 19 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ภูมิลำเนาของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารขนาด32 ชั้น ผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าพื้นที่ของอาคารในชั้นที่ 19เป็นที่ตั้งของที่ทำการ ในการส่งหนังสือไปยังผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ ณ ภูมิลำเนาดังกล่าวนี้ มีเจ้าหน้าที่ของอาคารซีทีไอทาวเวอร์เป็นผู้รับหนังสือ อาคารนี้มีบริษัทต่าง ๆ เช่าอยู่ทั้ง 32 ชั้น เจ้าหน้าที่ของอาคารต้องจำแนกหนังสือที่มีถึงบริษัทต่าง ๆ เสร็จแล้วจึงนำส่งให้แต่ละบริษัทซึ่งไม่สามารถทำเสร็จภายในวันเดียว คดีนี้เจ้าหน้าที่ของอาคารลงชื่อรับในใบตอบรับวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 แล้วนำส่งให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2542 จึงต้องถือว่าผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลในวันที่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่ของอาคาร เห็นว่า ตามหมายแจ้งคำสั่งศาลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2542 ซึ่งแนบท้ายอุทธรณ์คำสั่ง มีตราประทับของสำนักงานผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ระบุเลขที่รับ 8282 วันที่ 19 กรกฎาคม 2542 และในใบตอบรับในสำนวนคำขอรับชำระหนี้รายที่ 1 ลำดับที่ 35 ระบุชื่อผู้รับแทนว่า ศรายุทธหนึ่งคำมี เกี่ยวพันกับผู้รับโดยเป็นพนักงานได้รับไว้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 หากนายศรายุทธ หนึ่งคำมี เป็นพนักงานของอาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ ย่อมมิใช่บุคคลผู้อยู่หรือทำงานในสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ เมื่อนายศรายุทธหรือพนักงานของอาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ นำหนังสือแจ้งคำสั่งส่งมอบให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ในวันที่ 19 กรกฎาคม2542 ดังที่ปรากฏตามตราประทับในเอกสารดังกล่าวข้างต้นจริงก็ต้องถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2542 เจ้าหนี้ยื่นอุทธรณ์วันที่ 19 สิงหาคม 2542 ย่อมไม่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ กรณีชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะต้องส่งให้ไต่สวนให้ได้ความจริงเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาเจ้าหนี้ฟังขึ้น"พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้ ฉบับลงวันที่ 7 ตุลาคม 2542แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2544ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชนโจทก์ผู้ขอรับชำระหนี้โจทก์ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชนโจทก์นาย เทพรัตน์ ปิยะรัตน์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 74เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งคำสั่งของศาลโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ซึ่งเป็นอาคาร 32 ชั้นโดยผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าพื้นที่ของอาคารในชั้นที่ 19เป็นที่ทำการ ถ้าหากการส่งหนังสือดังกล่าวมีพนักงานของอาคารเป็นผู้ลงชื่อรับในใบตอบรับไว้ก่อนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม2542 แล้วนำส่งให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 จริงก็ต้องถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลในวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 เพราะพนักงานของอาคารมิใช่บุคคลผู้อยู่หรือทำงานในสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ การที่เจ้าหนี้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2542ย่อมไม่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะต้องสั่งให้ไต่สวนให้ได้ความจริงเสียก่อนคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2539 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2539เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว ทำความเห็นเสนอศาลว่าควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เจ้าหนี้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้เจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่าการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้ชอบหรือไม่ คดีนี้เจ้าหนี้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งของศาลที่สั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้โดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังอาคารเลขที่ 191/50-53 ถนนรัชดาภิเษก อาคารซีทีไอทาวเวอร์ ชั้น 19 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ภูมิลำเนาของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารขนาด32 ชั้น ผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้เช่าพื้นที่ของอาคารในชั้นที่ 19เป็นที่ตั้งของที่ทำการ ในการส่งหนังสือไปยังผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ ณ ภูมิลำเนาดังกล่าวนี้ มีเจ้าหน้าที่ของอาคารซีทีไอทาวเวอร์เป็นผู้รับหนังสือ อาคารนี้มีบริษัทต่าง ๆ เช่าอยู่ทั้ง 32 ชั้น เจ้าหน้าที่ของอาคารต้องจำแนกหนังสือที่มีถึงบริษัทต่าง ๆ เสร็จแล้วจึงนำส่งให้แต่ละบริษัทซึ่งไม่สามารถทำเสร็จภายในวันเดียว คดีนี้เจ้าหน้าที่ของอาคารลงชื่อรับในใบตอบรับวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 แล้วนำส่งให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2542 จึงต้องถือว่าผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลในวันที่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่ของอาคาร เห็นว่า ตามหมายแจ้งคำสั่งศาลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2542 ซึ่งแนบท้ายอุทธรณ์คำสั่ง มีตราประทับของสำนักงานผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ระบุเลขที่รับ 8282 วันที่ 19 กรกฎาคม 2542 และในใบตอบรับในสำนวนคำขอรับชำระหนี้รายที่ 1 ลำดับที่ 35 ระบุชื่อผู้รับแทนว่า ศรายุทธหนึ่งคำมี เกี่ยวพันกับผู้รับโดยเป็นพนักงานได้รับไว้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 หากนายศรายุทธ หนึ่งคำมี เป็นพนักงานของอาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ ย่อมมิใช่บุคคลผู้อยู่หรือทำงานในสำนักทำการงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ เมื่อนายศรายุทธหรือพนักงานของอาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ นำหนังสือแจ้งคำสั่งส่งมอบให้แก่พนักงานของผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ในวันที่ 19 กรกฎาคม2542 ดังที่ปรากฏตามตราประทับในเอกสารดังกล่าวข้างต้นจริงก็ต้องถือว่าเจ้าหนี้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2542 เจ้าหนี้ยื่นอุทธรณ์วันที่ 19 สิงหาคม 2542 ย่อมไม่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ กรณีชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะต้องส่งให้ไต่สวนให้ได้ความจริงเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาเจ้าหนี้ฟังขึ้น"พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหนี้ ฉบับลงวันที่ 7 ตุลาคม 2542แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
(ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช - พิชัย เตโชพิทยากูล - วัฒนชัย โชติชูตระกูล)