ย่อ / หลักกฎหมาย
1เอกชนทำสัญญาแบ่งรายได้จากตลาดให้เทศบาลเพื่อให้เทศบาลงดสร้างตลาด จะเป็นโมฆะหรือไม่นั้นไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนคดีนี้ได้ความว่าจำเลยมีตลาดอยู่ที่ท่าประดู่มาแต่เดิม ต่อมาเทศบาลจะจัดสร้างตลาดขึ้นอันจะทำให้ตลาดของจำเลยเสื่อมโทรม จำเลยจึงได้ตกลงทำสัญญายอมแบ่งรายได้จากตลาดของจำเลยให้เทศบาลเพื่อให้เทศบาลงดการสร้างตลาดเสีย ต่อมาจำเลยค้างชำระเงินตามสัญญา เทศบาลจึงสร้างตลาดขึ้น โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินที่ค้างพร้อมทั้งดอกเบี้ย ศาลจังหวัดระยองพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์
2จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ศาลขั้นต้นฉะเพาะจำนวนเงินที่ชำระ แต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า การที่เทศบาลจะสร้างตลาดแล้วงดเสียไม่สร้าง กลับไปทำสัญญาแบ่งเอาผลประดยชน์รายได้ที่เก็บจากตลาดของเอกชนคือจำเลยเช่นนี้เป้นการขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ของ พ.ร.บ.จัดระเบียบเทศบาลเป็นการฝ่าฝืนประมวลแพ่ง ๆ ม.๑๑๓ สัญญาเป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้ ควร
3พิพากษายกฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในข้แที่ จำเลยฎีกาว่าโจทก์ซึ่งเป็นเทศบาลไม่มีอำนาจทำสัญญานี้กับจำเลยเป้นการขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ของ พ.ร.บ.จัดระเบียบเทศบาล สัญญาจึงเป็นโมฆะตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๑๓ นั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลขั้นต้น จะยกขึ้นมาว่าชั้นศาลฎีกาไม่ได้ เว้นแต่จะเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ปัญหาที่จำเลยยกขึ้นมานี้ไม่เกี่ยวกับประชาชนเลยเกี่ยวกับประโยชน์ของโจทก์จำเลยโดยฉะเพาะ จำเลยจึงฎีกาข้อนี้ไม่ได้ ส่วนข้อความที่ว่าสัญญาที่โจทก์จำเลยทำกันนี้เป็นโมฆะเพราะเป็นสัญญาที่เขาเปรียบจำเลยฝ่ายเดียวนั้นก็เห็นว่าจำเลยก็ได้รับประโยชน์จากการที่ดจทก์งดสร้างตลาดซึ่งไม่เป้นเหตุทำให้ตลาดของจำเลยต้องเสื่อมโทรมแล้ว จึง
4พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่
คำพิพากษาฉบับเต็ม
193/2484เทศบาลเมืองระยองโจทก์นายเดรีราม ศรีจัทร์งามจำเลย เทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ เรื่อง การจัดเก็บภาษีอากร และค่าธรรมเนียมบางประเภท (ฉบับที่ 2) ม. 27, ม. 28, ม. 46 ป.พ.พ. ม. 113 ป.วิ.พ. ม. 249เอกชนทำสัญญาแบ่งรายได้จากตลาดให้เทศบาลเพื่อให้เทศบาลงดสร้างตลาด จะเป็นโมฆะหรือไม่นั้นไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนคดีนี้ได้ความว่าจำเลยมีตลาดอยู่ที่ท่าประดู่มาแต่เดิม ต่อมาเทศบาลจะจัดสร้างตลาดขึ้นอันจะทำให้ตลาดของจำเลยเสื่อมโทรม จำเลยจึงได้ตกลงทำสัญญายอมแบ่งรายได้จากตลาดของจำเลยให้เทศบาลเพื่อให้เทศบาลงดการสร้างตลาดเสีย ต่อมาจำเลยค้างชำระเงินตามสัญญา เทศบาลจึงสร้างตลาดขึ้น โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินที่ค้างพร้อมทั้งดอกเบี้ย ศาลจังหวัดระยองพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์
2จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ศาลขั้นต้นฉะเพาะจำนวนเงินที่ชำระ แต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า การที่เทศบาลจะสร้างตลาดแล้วงดเสียไม่สร้าง กลับไปทำสัญญาแบ่งเอาผลประดยชน์รายได้ที่เก็บจากตลาดของเอกชนคือจำเลยเช่นนี้เป้นการขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ของ พ.ร.บ.จัดระเบียบเทศบาลเป็นการฝ่าฝืนประมวลแพ่ง ๆ ม.๑๑๓ สัญญาเป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้ ควร
3พิพากษายกฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในข้แที่ จำเลยฎีกาว่าโจทก์ซึ่งเป็นเทศบาลไม่มีอำนาจทำสัญญานี้กับจำเลยเป้นการขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ของ พ.ร.บ.จัดระเบียบเทศบาล สัญญาจึงเป็นโมฆะตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๑๓ นั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลขั้นต้น จะยกขึ้นมาว่าชั้นศาลฎีกาไม่ได้ เว้นแต่จะเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ปัญหาที่จำเลยยกขึ้นมานี้ไม่เกี่ยวกับประชาชนเลยเกี่ยวกับประโยชน์ของโจทก์จำเลยโดยฉะเพาะ จำเลยจึงฎีกาข้อนี้ไม่ได้ ส่วนข้อความที่ว่าสัญญาที่โจทก์จำเลยทำกันนี้เป็นโมฆะเพราะเป็นสัญญาที่เขาเปรียบจำเลยฝ่ายเดียวนั้นก็เห็นว่าจำเลยก็ได้รับประโยชน์จากการที่ดจทก์งดสร้างตลาดซึ่งไม่เป้นเหตุทำให้ตลาดของจำเลยต้องเสื่อมโทรมแล้ว จึง
4พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ-อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ-พลางกูร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: คดีนี้ได้ความว่าจำเลยมีตลาดอยู่ที่ท่าประดู่มาแต่เดิม ต่อมาเทศบาลจะจัดสร้างตลาดขึ้นอันจะทำให้ตลาดของจำเลยเสื่อมโทรม จำเลยจึงได้ตกลงทำสัญญายอมแบ่งรายได้จากตลาดของจำเลยให้เทศบาลเพื่อให้เทศบาลงดการสร้างตลาดเสีย ต่อมาจำเลยค้างชำระเงินตามสัญญา เทศบาลจึงสร้างตลาดขึ้น โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินที่ค้างพร้อมทั้งดอกเบี้ย ศาลจังหวัดระยองพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์
5จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ศาลขั้นต้นฉะเพาะจำนวนเงินที่ชำระ แต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า การที่เทศบาลจะสร้างตลาดแล้วงดเสียไม่สร้าง กลับไปทำสัญญาแบ่งเอาผลประดยชน์รายได้ที่เก็บจากตลาดของเอกชนคือจำเลยเช่นนี้เป้นการขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ของ พ.ร.บ.จัดระเบียบเทศบาลเป็นการฝ่าฝืนประมวลแพ่ง ๆ ม.๑๑๓ สัญญาเป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้ ควร
6พิพากษายกฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในข้แที่ จำเลยฎีกาว่าโจทก์ซึ่งเป็นเทศบาลไม่มีอำนาจทำสัญญานี้กับจำเลยเป้นการขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ของ พ.ร.บ.จัดระเบียบเทศบาล สัญญาจึงเป็นโมฆะตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๑๓ นั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลขั้นต้น จะยกขึ้นมาว่าชั้นศาลฎีกาไม่ได้ เว้นแต่จะเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ปัญหาที่จำเลยยกขึ้นมานี้ไม่เกี่ยวกับประชาชนเลยเกี่ยวกับประโยชน์ของโจทก์จำเลยโดยฉะเพาะ จำเลยจึงฎีกาข้อนี้ไม่ได้ ส่วนข้อความที่ว่าสัญญาที่โจทก์จำเลยทำกันนี้เป็นโมฆะเพราะเป็นสัญญาที่เขาเปรียบจำเลยฝ่ายเดียวนั้นก็เห็นว่าจำเลยก็ได้รับประโยชน์จากการที่ดจทก์งดสร้างตลาดซึ่งไม่เป้นเหตุทำให้ตลาดของจำเลยต้องเสื่อมโทรมแล้ว จึง
7พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
(อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ - อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ - พลางกูร)