คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2490 ย่อ (หลักกฎหมาย) เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจออกบัตรอนุญาตให้ผู้ถูกเกณฑ์กลับก่อนกำหนดเมื่อมีเหตุจำเป็น ได้ออกบัตรอนุญาตให้ผู้ถูกเกณฑ์กลับก่อนรับตัวผู้ถูกเกณฑ์โดยไม่มีเหตุจำเป็นและลงวันเท็จนั้นเป็นผิดตามมาตรา 230 ไม่ใช่มาตรา 229ได้ความว่าจำเลยเป็นปลัดอำเภอประจำตำบล ข้าหลวงประจำจังหวัดสั่งให้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย รับมอบกรรมกรที่ถูกเกณฑ์ไปช่วยราชการทหารส่งมอบให้ฝ่ายญี่ปุ่นและออกบัตรอนุญาตให้กรรมกรกลับก่อนกำหนดได้เมื่อมีเหตุจำเป็นจริง ๆ แล้วจำเลยออกบัตรให้กรรมกรกลับก่อนโดยไม่มีเหตุจำเป็น และจำเลยลงวันที่ในบัตรนั้นล่วงหน้าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม มาตรา 137, 138 และ 230ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 230 บทเดียวแต่มีความเห็นแย้งว่าเป็นผิดมาตรา 229นายดาราจำเลยฎีกาว่า เป็นความผิดตามมาตรา 229 ซึ่งลงโทษจำเลยไม่ได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเอาความเท็จมาจดลงในบัตรว่าเป็นความจริงอาจเกิดเสียหายแก่ทางราชการ ย่อมเป็นผิดมาตรา 230 ข้อที่จำเลยว่ายังไม่ได้รับมอบกรรมกรจึงยังไม่มีอำนาจออกบัตรนั้นหาใช่ข้อสำคัญแห่งความผิดไม่ เพราะมาตรา 230 เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังอาจเอาเนื้อความที่ตนรู้ว่าเป็นเท็จมาจดลงในหนังสือราชการ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2490อัยการเชียงใหม่โจทก์นายดารา ไชยวัณน์ กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 229, ม. 230เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจออกบัตรอนุญาตให้ผู้ถูกเกณฑ์กลับก่อนกำหนดเมื่อมีเหตุจำเป็น ได้ออกบัตรอนุญาตให้ผู้ถูกเกณฑ์กลับก่อนรับตัวผู้ถูกเกณฑ์โดยไม่มีเหตุจำเป็นและลงวันเท็จนั้นเป็นผิดตามมาตรา 230 ไม่ใช่มาตรา 229ได้ความว่าจำเลยเป็นปลัดอำเภอประจำตำบล ข้าหลวงประจำจังหวัดสั่งให้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย รับมอบกรรมกรที่ถูกเกณฑ์ไปช่วยราชการทหารส่งมอบให้ฝ่ายญี่ปุ่นและออกบัตรอนุญาตให้กรรมกรกลับก่อนกำหนดได้เมื่อมีเหตุจำเป็นจริง คำพิพากษา ๆ แล้วจำเลยออกบัตรให้กรรมกรกลับก่อนโดยไม่มีเหตุจำเป็น และจำเลยลงวันที่ในบัตรนั้นล่วงหน้าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม มาตรา 137, 138 และ 230ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 230 บทเดียวแต่มีความเห็นแย้งว่าเป็นผิดมาตรา 229นายดาราจำเลยฎีกาว่า เป็นความผิดตามมาตรา 229 ซึ่งลงโทษจำเลยไม่ได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเอาความเท็จมาจดลงในบัตรว่าเป็นความจริงอาจเกิดเสียหายแก่ทางราชการ ย่อมเป็นผิดมาตรา 230 ข้อที่จำเลยว่ายังไม่ได้รับมอบกรรมกรจึงยังไม่มีอำนาจออกบัตรนั้นหาใช่ข้อสำคัญแห่งความผิดไม่ เพราะมาตรา 230 เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังอาจเอาเนื้อความที่ตนรู้ว่าเป็นเท็จมาจดลงในหนังสือราชการ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-นาถปรีชา-มนูภันย์วิมลสาร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่าจำเลยเป็นปลัดอำเภอประจำตำบล ข้าหลวงประจำจังหวัดสั่งให้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย รับมอบกรรมกรที่ถูกเกณฑ์ไปช่วยราชการทหารส่งมอบให้ฝ่ายญี่ปุ่นและออกบัตรอนุญาตให้กรรมกรกลับก่อนกำหนดได้เมื่อมีเหตุจำเป็นจริง ๆ แล้วจำเลยออกบัตรให้กรรมกรกลับก่อนโดยไม่มีเหตุจำเป็น และจำเลยลงวันที่ในบัตรนั้นล่วงหน้าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม มาตรา 137, 138 และ 230ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 230 บทเดียวแต่มีความเห็นแย้งว่าเป็นผิดมาตรา 229นายดาราจำเลยฎีกาว่า เป็นความผิดตามมาตรา 229 ซึ่งลงโทษจำเลยไม่ได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเอาความเท็จมาจดลงในบัตรว่าเป็นความจริงอาจเกิดเสียหายแก่ทางราชการ ย่อมเป็นผิดมาตรา 230 ข้อที่จำเลยว่ายังไม่ได้รับมอบกรรมกรจึงยังไม่มีอำนาจออกบัตรนั้นหาใช่ข้อสำคัญแห่งความผิดไม่ เพราะมาตรา 230 เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังอาจเอาเนื้อความที่ตนรู้ว่าเป็นเท็จมาจดลงในหนังสือราชการ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ องค์คณะ: เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - นาถปรีชา - มนูภันย์วิมลสาร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา