คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2767/2537
ผล: ยกคำร้อง อาญาคำสั่งคำร้องที่ 2767/2537นายสะอาด วงศ์วรการโจทก์ นางสาวกาญจนพร ศรัทธาสุขจำเลย นางสาวกาญจนพร ศรัทธาสุข จำเลย ผู้ยื่นคำร้อง
ย่อ / หลักกฎหมาย
1ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่ามูลหนี้ของคดีนี้ขัดกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 รวม 3 กระทง ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ซึ่งเป็นคุณกว่า จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน คำให้การของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือน
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย(อันดับ 97)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 99)คำสั่งคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่า ในการออกเช็คไม่มีมูลหนี้ต่อกัน มูลหนี้ในคดีไม่สามารถเรียกร้อง ได้ตามกฎหมาย เพราะมีการทำผิดเงื่อนไขข้อตกลง เป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2767/2537นายสะอาด วงศ์วรการโจทก์นางสาวกาญจนพร ศรัทธาสุขจำเลยนางสาวกาญจนพร ศรัทธาสุข จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า
4จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่ามูลหนี้ของคดีนี้ขัดกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 รวม 3 กระทง ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ซึ่งเป็นคุณกว่า จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน คำให้การของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือน
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย(อันดับ 97)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 99)คำสั่งคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่า ในการออกเช็คไม่มีมูลหนี้ต่อกัน มูลหนี้ในคดีไม่สามารถเรียกร้อง ได้ตามกฎหมาย เพราะมีการทำผิดเงื่อนไขข้อตกลง เป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง(สถิตย์ สิทธิลักษณ์-ปรีชา เฉลิมวณิชย์-ธีระจิต ไชยาคำ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:
(สถิตย์ สิทธิลักษณ์ - ปรีชา เฉลิมวณิชย์ - ธีระจิต ไชยาคำ)