1ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดิน ผู้รับจะต้องทำประโยชน์ในที่นั้น ถ้าไม่ได้ทำ และมีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่นั้น จนได้รับใบเหยียบย่ำ และได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว ดังนี้ ผู้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง จะฟ้องขับไล่ผู้นั้นไปไม่ได้โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์ที่ ๑ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดินว่างเปล่าในอำเภอบางปะกง เนื้อที่ ๒๔๖๐๐ ไร่ ฉเพาะที่พิพาทประมาณ ๓๐ ไร่ อยู่ในเขตต์ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง โจทก์ที่ ๑ ได้ให้โจทก์ที่ ๒ ครอบครองทำนาตลอดมา ๑๔-๑๕ ปีแล้ว บัดนี้ จำเลยบุกรุงเข้ามาไถคลาดและปักดำข้าวทับลง จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นและ
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้แม้ที่พิพาทจะได้อยู่ในเขตต์ที่โจทก์ได้รับพระบรมราชานุญาตจับจองก็ดี แต่มีเงื่อนไขให้โจทก์ทำประโยชน์ในที่ คดีนี้
3ทางพิจารณาได้ความว่า มีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่พิพาท จนได้รับใบเหยียบย่ำ และได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว และได้โอนให้จำเลย ศาลล่างพิพากษาชอบแล้ว จึง
4พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2494พระยาพิสูตรจีนชาติที่ 1, นายเปลี่ยน โรจนะเวชที่ 2โจทก์นายมาก ประดิษฐ์พงษ์ที่ 1 , นางเจียน ประดิษฐ์พงษ์ที่ 2จำเลย ประกาศพระบรมราชโองการ พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ป.พ.พ. ม. 1334ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดิน ผู้รับจะต้องทำประโยชน์ในที่นั้น ถ้าไม่ได้ทำ และมีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่นั้น จนได้รับใบเหยียบย่ำ และได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว ดังนี้ ผู้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง จะฟ้องขับไล่ผู้นั้นไปไม่ได้โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์ที่ ๑ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดินว่างเปล่าในอำเภอบางปะกง เนื้อที่ ๒๔๖๐๐ ไร่ ฉเพาะที่พิพาทประมาณ
1๓๐ ไร่ อยู่ในเขตต์ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง โจทก์ที่ ๑ ได้ให้โจทก์ที่ ๒ ครอบครองทำนาตลอดมา ๑๔-๑๕ ปีแล้ว บัดนี้ จำเลยบุกรุงเข้ามาไถคลาดและปักดำข้าวทับลง จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นและ
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้แม้ที่พิพาทจะได้อยู่ในเขตต์ที่โจทก์ได้รับพระบรมราชานุญาตจับจองก็ดี แต่มีเงื่อนไขให้โจทก์ทำประโยชน์ในที่ คดีนี้
3ทางพิจารณาได้ความว่า มีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่พิพาท จนได้รับใบเหยียบย่ำ และได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว และได้โอนให้จำเลย ศาลล่างพิพากษาชอบแล้ว จึง
4พิพากษายืน(ธรรมบัณฑิต-นนทปัญญา-ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ)ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาศนฤพนธ์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์ที่ ๑ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดินว่างเปล่าในอำเภอบางปะกง เนื้อที่ ๒๔๖๐๐ ไร่ ฉเพาะที่พิพาทประมาณ ๓๐ ไร่ อยู่ในเขตต์ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง โจทก์ที่ ๑ ได้ให้โจทก์ที่ ๒ ครอบครองทำนาตลอดมา ๑๔-๑๕ ปีแล้ว บัดนี้ จำเลยบุกรุงเข้ามาไถคลาดและปักดำข้าวทับลง จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นและ
5ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้แม้ที่พิพาทจะได้อยู่ในเขตต์ที่โจทก์ได้รับพระบรมราชานุญาตจับจองก็ดี แต่มีเงื่อนไขให้โจทก์ทำประโยชน์ในที่ คดีนี้
6ทางพิจารณาได้ความว่า มีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่พิพาท จนได้รับใบเหยียบย่ำ และได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว และได้โอนให้จำเลย ศาลล่างพิพากษาชอบแล้ว จึง
7พิพากษายืน