คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2482 ย่อ (หลักกฎหมาย) จำเลยรับของโจรแล้วซ่อนไว้ กำนันไปจับของกลางและจำเลยโดยไม่มีหมายจำเลยใช้อาวุธต่อสู้ แต่ทำร้ายกำนันไม่ได้ดังนี้จำเลยไม่มีความผิดตาม ม.120 และจะริบอาวุธนั้นไม่ได้ รับของโจรนำไปซ่อนไว้แล้ว กำนันไม่มีอำนาจจับกุมโดยไม่มีหมาย เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าได้ความว่าจำเลยไดัรับเรือซึ่งถูกผู้ร้ายลักไปโดยจำเลยรู้ว่าเป็นของร้าย กำนันไปตรวจค้นและจับเรือของกลางซึ่งซ่อนไว้ได้แล้วกำนันไปจับตัวจำเลย ๆ ใช้หอกต่อสู้แต่ทำร้ายกำนันไม่ได้ และกล่าวคำด่าว่ากำนัน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตาม ม.๓๒๑,๓๓๗,๓๓๙ โจทก์ฏีกาขอให้ริบหอกของกลางและให้ลงโทษตาม ม.๑๒๐ ศาลฏีกาตัดสินว่า ในเวลาที่ไปตรวจค้นและจับของกลางไม่ใช่เวลาที่จำเลยกระทำผิดซึ่งหน้าตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๘๐ กำนันจึงไม่มีอำนาจจับกุมตาม ม.๗๘ เพราะกำนันไม่มีหมายจับ และจะริบหอกของกลางไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2482อัยยการสุพรรณบุรีโจทก์นายสิน กาฬพงษ์จำเลย ป.อ. ม. 120, ม. 27 ป.วิ.อ. ม. 78, ม. 80จำเลยรับของโจรแล้วซ่อนไว้ กำนันไปจับของกลางและจำเลยโดยไม่มีหมายจำเลยใช้อาวุธต่อสู้ แต่ทำร้ายกำนันไม่ได้ดังนี้จำเลยไม่มีความผิดตาม ม.120 และจะริบอาวุธนั้นไม่ได้ รับของโจรนำไปซ่อนไว้แล้ว กำนันไม่มีอำนาจจับกุมโดยไม่มีหมาย เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าได้ความว่าจำเลยไดัรับเรือซึ่งถูกผู้ร้ายลักไปโดยจำเลยรู้ว่าเป็นของร้าย กำนันไปตรวจค้นและจับเรือของกลางซึ่งซ่อนไว้ได้แล้วกำนันไปจับตัวจำเลย ๆ ใช้หอกต่อสู้แต่ทำร้ายกำนันไม่ได้ และกล่าวคำด่าว่ากำนัน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตาม ม.๓๒๑,๓๓๗,๓๓๙ โจทก์ฏีกาขอให้ริบหอกของกลางและให้ลงโทษตาม ม.๑๒๐ ศาลฏีกาตัดสินว่า ในเวลาที่ไปตรวจค้นและจับของกลางไม่ใช่เวลาที่จำเลยกระทำผิดซึ่งหน้าตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา คำพิพากษา ม.๘๐ กำนันจึงไม่มีอำนาจจับกุมตาม ม.๗๘ เพราะกำนันไม่มีหมายจับ และจะริบหอกของกลางไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง(อมาตย-วิเศษ-มนูภันย์วิมลสาร)ศาลชั้นต้น - นายสำเภา วินทฟัลศาลอุทธรณ์ - พระยาเลขวณิชแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่าจำเลยไดัรับเรือซึ่งถูกผู้ร้ายลักไปโดยจำเลยรู้ว่าเป็นของร้าย กำนันไปตรวจค้นและจับเรือของกลางซึ่งซ่อนไว้ได้แล้วกำนันไปจับตัวจำเลย ๆ ใช้หอกต่อสู้แต่ทำร้ายกำนันไม่ได้ และกล่าวคำด่าว่ากำนัน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตาม ม.๓๒๑,๓๓๗,๓๓๙ โจทก์ฏีกาขอให้ริบหอกของกลางและให้ลงโทษตาม ม.๑๒๐ ศาลฏีกาตัดสินว่า ในเวลาที่ไปตรวจค้นและจับของกลางไม่ใช่เวลาที่จำเลยกระทำผิดซึ่งหน้าตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๘๐ กำนันจึงไม่มีอำนาจจับกุมตาม ม.๗๘ เพราะกำนันไม่มีหมายจับ และจะริบหอกของกลางไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง องค์คณะ: อมาตย - วิเศษ - มนูภันย์วิมลสาร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา