D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2470

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2470

ผล: ยกคำพิพากษา

อัยการตรังโจทก์ นายจัดล.

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1คำรับของจำเลยฟังได้เพียงไร ตัดสินนอกประเด็นเรื่องนี้จำเลยรับสารภาพว่าได้ขนเยื่อเคยขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีจริงตามฟ้อง โจทก์ทุกประการ ศาลเดิมตัดสินปรับจำเลยตาม พ.ร.บ. ศุลกากร ม. ๒๗ กับริบของกลางตาม ม. ๓๔ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่จะริบของกลางได้ต้องปรากฎว่าจำเลยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีแต่ตามฟ้องไม่ได้ความเช่นนั้น แลจำเลยก็เปนคนต่างภาษา จะฟังคำรับนั้นว่าเปนจริงทุกเรื่องไปหาได้ไม่ ให้ศาลเดิมสืบพยานใหม่

2ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยในคดีนี้รู้ภาษาไทยดี แลจำเลยก็ไม่คัดค้านคำรับสารภาพของตน ทั้งคดีก็มีข้อที่จะพึงวินิจฉัยแต่เพียงว่าของกลางจะควรริบฤาไม่เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ย้อนสำนวนไปสืบพยานใหม่นั้นไม่ชอบให้ยกเสียให้ศาลอุทธรณ์ตัดสินเสียใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2470อัยการตรังโจทก์นายจัดล. พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27, ม. 34 ป.วิ.อ. คำรับของจำเลยฟังได้เพียงไร ตัดสินนอกประเด็นเรื่องนี้จำเลยรับสารภาพว่าได้ขนเยื่อเคยขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีจริงตามฟ้อง โจทก์ทุกประการ ศาลเดิมตัดสินปรับจำเลยตาม พ.ร.บ. ศุลกากร ม. ๒๗ กับริบของกลางตาม ม. ๓๔ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่จะริบของกลางได้ต้องปรากฎว่าจำเลยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีแต่ตามฟ้องไม่ได้ความเช่นนั้น แลจำเลยก็เปนคนต่างภาษา จะฟังคำรับนั้นว่าเปนจริงทุกเรื่องไปหาได้ไม่ ให้ศาลเดิมสืบพยานใหม่

3ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยในคดีนี้รู้ภาษาไทยดี แลจำเลยก็ไม่คัดค้านคำรับสารภาพของตน ทั้งคดีก็มีข้อที่จะพึงวินิจฉัยแต่เพียงว่าของกลางจะควรริบฤาไม่เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ย้อนสำนวนไปสืบพยานใหม่นั้นไม่ชอบให้ยกเสียให้ศาลอุทธรณ์ตัดสินเสียใหม่ตามรูปความ(พรหม-ศรี-พิพาก)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1เรื่องนี้จำเลยรับสารภาพว่าได้ขนเยื่อเคยขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีจริงตามฟ้อง โจทก์ทุกประการ ศาลเดิมตัดสินปรับจำเลยตาม พ.ร.บ. ศุลกากร ม. ๒๗ กับริบของกลางตาม ม. ๓๔ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่จะริบของกลางได้ต้องปรากฎว่าจำเลยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีแต่ตามฟ้องไม่ได้ความเช่นนั้น แลจำเลยก็เปนคนต่างภาษา จะฟังคำรับนั้นว่าเปนจริงทุกเรื่องไปหาได้ไม่ ให้ศาลเดิมสืบพยานใหม่

2ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยในคดีนี้รู้ภาษาไทยดี แลจำเลยก็ไม่คัดค้านคำรับสารภาพของตน ทั้งคดีก็มีข้อที่จะพึงวินิจฉัยแต่เพียงว่าของกลางจะควรริบฤาไม่เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ย้อนสำนวนไปสืบพยานใหม่นั้นไม่ชอบให้ยกเสียให้ศาลอุทธรณ์ตัดสินเสียใหม่ตามรูปความ

(พรหม - ศรี - พิพาก)