คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2474

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ชำระหนี้หลายรายโดยไม่ระบุว่ารายใด ท่านให้หนี้รายตกหนักและเก่าที่สุดปลดเปลื้องไปก่อนเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๖ จำเลยจำนองที่นาแปลงหนึ่ง ๓๐๐๐ บาท และเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๗ จำนองอีกแปลงหนึ่ง ๑๖๐๐ บาท ครั้นต่อมาจำเลยนำดอกเบี้ยมาชำระ ๑๗๙๐ บาท กับผ่อนส่งต้นเงิน ๓๔๐๐ บาท แต่ไม่ระบุว่าผ่อนต้นเงินรายใด โจทก์จึงฟ้องเรียกต้นเงิน ๑๖๐๐ บาทกับดอกเบี้ย ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยใช้ต้นเงินกับดอกเบี้ยรวม ๑๗๔๐ บาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยได้ผ่อนใช้ต้นกับเงินในหนี้ ๒ จำนวนรวมกัน โจทก์จะมาแยกฟ้องแต่หนี้จำนวนเดียวโดยไม่สืบให้เห็นว่า หนี้รายที่ฟ้องนั้นยังคงค้างอีกเท่าใดนั้น ฟ้องไม่ขึ้น ให้ยกฟ้อง ศาลฏีกาเห็นว่า ดอกเบี้ยที่ค้าง ๒ รายเปนเงิน ๑๗๖๓ บาท ๖๔ สตางค์ แต่จำเลยส่งเกิน ๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ รวมกับต้นเงินที่ผ่อนส่งเปนเงิน ๓๔๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ จึงให้หักรายต้นเงิน ๓๐๐๐ บาทก่อน เพราะเปนรายที่ตกหนักและเก่าที่สุด คงเหลือต้นเงินผ่อนส่ง ๔๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ แล้วจึงให้หักราย ๑๖๐๐ บาท จึงตัดสินให้จำเลยใช้ต้นเงิน ๑๑๗๓ บาท ๖๔ สตางค์แก่โจทก์ กับดอกเบี้ยแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๙ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2474นางบุญมาก ใหม่เอี่ยมโจทก์นางม่วง ผู้รับมฤดลความนายทองจำเลย ป.พ.พ. ม. 328ชำระหนี้หลายรายโดยไม่ระบุว่ารายใด ท่านให้หนี้รายตกหนักและเก่าที่สุดปลดเปลื้องไปก่อนเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๖ จำเลยจำนองที่นาแปลงหนึ่ง ๓๐๐๐ บาท และเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๗ จำนองอีกแปลงหนึ่ง ๑๖๐๐ บาท ครั้นต่อมาจำเลยนำดอกเบี้ยมาชำระ ๑๗๙๐ บาท กับผ่อนส่งต้นเงิน ๓๔๐๐ บาท แต่ไม่ระบุว่าผ่อนต้นเงินรายใด โจทก์จึงฟ้องเรียกต้นเงิน ๑๖๐๐ บาทกับดอกเบี้ย ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยใช้ต้นเงินกับดอกเบี้ยรวม

คำพิพากษา

1๑๗๔๐ บาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยได้ผ่อนใช้ต้นกับเงินในหนี้ ๒ จำนวนรวมกัน โจทก์จะมาแยกฟ้องแต่หนี้จำนวนเดียวโดยไม่สืบให้เห็นว่า หนี้รายที่ฟ้องนั้นยังคงค้างอีกเท่าใดนั้น ฟ้องไม่ขึ้น ให้ยกฟ้อง ศาลฏีกาเห็นว่า ดอกเบี้ยที่ค้าง ๒ รายเปนเงิน ๑๗๖๓ บาท ๖๔ สตางค์ แต่จำเลยส่งเกิน ๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ รวมกับต้นเงินที่ผ่อนส่งเปนเงิน ๓๔๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ จึงให้หักรายต้นเงิน ๓๐๐๐ บาทก่อน เพราะเปนรายที่ตกหนักและเก่าที่สุด คงเหลือต้นเงินผ่อนส่ง ๔๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ แล้วจึงให้หักราย ๑๖๐๐ บาท จึงตัดสินให้จำเลยใช้ต้นเงิน ๑๑๗๓ บาท ๖๔ สตางค์แก่โจทก์ กับดอกเบี้ยแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๙(พิพาก-พรหม-วิชัย)ศาลชั้นต้น - นายนาโลจายะศาลอุทธรณ์ - พระยามหธาตุราชแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๖ จำเลยจำนองที่นาแปลงหนึ่ง ๓๐๐๐ บาท และเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๗ จำนองอีกแปลงหนึ่ง ๑๖๐๐ บาท ครั้นต่อมาจำเลยนำดอกเบี้ยมาชำระ ๑๗๙๐ บาท กับผ่อนส่งต้นเงิน ๓๔๐๐ บาท แต่ไม่ระบุว่าผ่อนต้นเงินรายใด โจทก์จึงฟ้องเรียกต้นเงิน ๑๖๐๐ บาทกับดอกเบี้ย ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยใช้ต้นเงินกับดอกเบี้ยรวม ๑๗๔๐ บาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยได้ผ่อนใช้ต้นกับเงินในหนี้ ๒ จำนวนรวมกัน โจทก์จะมาแยกฟ้องแต่หนี้จำนวนเดียวโดยไม่สืบให้เห็นว่า หนี้รายที่ฟ้องนั้นยังคงค้างอีกเท่าใดนั้น ฟ้องไม่ขึ้น ให้ยกฟ้อง ศาลฏีกาเห็นว่า ดอกเบี้ยที่ค้าง ๒ รายเปนเงิน ๑๗๖๓ บาท ๖๔ สตางค์ แต่จำเลยส่งเกิน ๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ รวมกับต้นเงินที่ผ่อนส่งเปนเงิน ๓๔๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ จึงให้หักรายต้นเงิน ๓๐๐๐ บาทก่อน เพราะเปนรายที่ตกหนักและเก่าที่สุด คงเหลือต้นเงินผ่อนส่ง ๔๒๖ บาท ๓๖ สตางค์ แล้วจึงให้หักราย ๑๖๐๐ บาท จึงตัดสินให้จำเลยใช้ต้นเงิน ๑๑๗๓ บาท ๖๔ สตางค์แก่โจทก์ กับดอกเบี้ยแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๙

(พิพาก - พรหม - วิชัย)

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ