คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2521

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1คำให้การพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า เมื่อไม่ได้ตัวผู้ให้การมาเบิกความที่ศาล เพราะตายเสียก่อนหรือด้วยเหตุอื่น แม้มีน้ำหนักน้อย แต่ก็ใช้เป็นคำประกอบคำเบิกความของพยานอื่นได้

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันมีฝิ่น 74 กระสอบ และมอร์ฟีน 57 แท่ง ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อขายหรือจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติฝิ่นและพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และสั่งริบของกลาง

2จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 8, 51, 51 ทวิ, 53, 69 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 4, 5 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20, 20 ทวิ, 29 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 5, 6, 7, 12 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยวางโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ตามพระราชบัญญัติฝิ่นพ.ศ. 2472 มาตรา 8, 51, 51 ทวิ, 53 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2502มาตรา 3, 4, 5 จำคุกคนละ 20 ปี วางโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2465 มาตรา 20, 20 ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 5, 6 จำคุกคนละ 20 ปี รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 คนละ 40 ปี ของกลางริบ สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

4โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์มีคำให้การของนายบุญสมและนายอุทัยหรือเต็ก ในชั้นสอบสวน ซึ่งก่อนที่นายบุญสมจะมาเบิกความที่ศาล ได้ถูกคนร้ายลอบยิงตาย ส่วนนายอุทัยหรือเต็กไม่ได้ตัวมาเบิกความ คำให้การของนายบุญสมและนายอุทัยหรือเต็กเป็นพยานบอกเล่า แม้มีน้ำหนักน้อย แต่โจทก์มีพลตำรวจตรีจักรประธานคณะกรรมการสอบสวนมาเบิกความว่าได้สอบสวนปากคำของนายบุญสมกับนายอุทัยหรือเต็กไว้ จึงใช้เป็นคำประกอบคำเบิกความของพยานอื่นได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 692/2499 และที่ 1711/2497 และคำให้การชั้นสอบสวนของบุคคลทั้งสองดังกล่าวใช้เป็นคำประกอบคำเบิกความของนายพล นายสมบุญผู้ใหญ่บ้าน และร้อยตำรวจโทวิรัช พยานอื่นของโจทก์ได้สมคำกันเป็นอย่างดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ได้ร่วมกับพวกกระทำผิดตามฟ้อง

5พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

(ยงยุทธ เลอลภ - สมชัย ทรัพยวณิช - ประเสริฐ วราภรณ์)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 8, พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 51, พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 51 ทวิ, พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 53, พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 69, พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2502 มาตรา 3, พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2502 มาตรา 4, พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2502 มาตรา 5, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 29, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 5, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 7, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 12, ป.อ. มาตรา 91

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ