คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2482
อัยยการจังหวัดแพร่โจทก์ นายหมู สุนันต๊ะ นายคำ เด็ดขาด นายปวน เด็ดขาดจำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1จำเลย 3 คนเมาสุราอาละวาด คนหนึ่งเข้าชกแล้วกอดคอผู้ตายไว้อีก 2 คน ใช้ดุ้นฟืนตี ผู้ตายถึงแก่ความตายดังนี้ถือว่าเป็นการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาจำเลยกำลังเมาสุราอาละวาดชกต่อยผู้คนอยู่ ผู้ตายเดินผ่านไป ค.จำเลยก็โดดชกผู้ตายด้วยสนับมือ แล้วกอดคอผู้ตายไว้ ม. จำเลยเข้าชกแล้วเอาดุ้นฟืนตีผู้ตาย ป. จำเลยก็เอาดุ้นฟืนตีผู้ตายด้วยเหมือนกัน ผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยบาดแผลที่ถูกทำร้าย ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานสมคบกันฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการต่างคนต่างทำจะว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายเขาถึงตายไม่ได้ คงให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๔ ศาลฏีกาตัดสินว่าที่ศาลอุทรณ์ฟังว่าจำเลยเข้าทำร้ายผู้ตายโดยด่วนไม่ทันคิดว่าช่วยกันทำร้ายนั้น ไม่เห็นฟ้องด้วย วิสัยมนุษย์การใช้ความคิดโดยด่วนย่อมไม่ช้ากว่าการกระทำ จำเลยทำร้ายผู้ตายรวดเร็วเพียงใดก็ย่อมใช้ความคิดได้เร็วเพียงนั้นว่าตนทำอะไรฉะเพาะคดีนี้กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา โดยจำเลยคนหนึ่งเข้าชกต่อยและกอดผู้ตายไว้ อีกสองคนใช้ดุ้นฟืนเข้าตี ถ้าหากจำเลยต่างไม่ช่วยเหลือกันก็คงถึงตายได้ยากกว่า จำเลยจึงต้องรับผิดร่วมกันคือมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ดั่ง
2ศาลชั้นต้นพิพากษามา ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2482อัยยการจังหวัดแพร่โจทก์นายหมู สุนันต๊ะ นายคำ เด็ดขาด นายปวน เด็ดขาดจำเลย ป.อ. ม. 63, ม. 251จำเลย 3 คนเมาสุราอาละวาด คนหนึ่งเข้าชกแล้วกอดคอผู้ตายไว้อีก 2 คน ใช้ดุ้นฟืนตี ผู้ตายถึงแก่ความตายดังนี้ถือว่าเป็นการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาจำเลยกำลังเมาสุราอาละวาดชกต่อยผู้คนอยู่ ผู้ตายเดินผ่านไป ค.จำเลยก็โดดชกผู้ตายด้วยสนับมือ แล้วกอดคอผู้ตายไว้ ม. จำเลยเข้าชกแล้วเอาดุ้นฟืนตีผู้ตาย ป. จำเลยก็เอาดุ้นฟืนตีผู้ตายด้วยเหมือนกัน ผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยบาดแผลที่ถูกทำร้าย
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานสมคบกันฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการต่างคนต่างทำจะว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายเขาถึงตายไม่ได้ คงให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๔ ศาลฏีกาตัดสินว่าที่ศาลอุทรณ์ฟังว่าจำเลยเข้าทำร้ายผู้ตายโดยด่วนไม่ทันคิดว่าช่วยกันทำร้ายนั้น ไม่เห็นฟ้องด้วย วิสัยมนุษย์การใช้ความคิดโดยด่วนย่อมไม่ช้ากว่าการกระทำ จำเลยทำร้ายผู้ตายรวดเร็วเพียงใดก็ย่อมใช้ความคิดได้เร็วเพียงนั้นว่าตนทำอะไรฉะเพาะคดีนี้กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา โดยจำเลยคนหนึ่งเข้าชกต่อยและกอดผู้ตายไว้ อีกสองคนใช้ดุ้นฟืนเข้าตี ถ้าหากจำเลยต่างไม่ช่วยเหลือกันก็คงถึงตายได้ยากกว่า จำเลยจึงต้องรับผิดร่วมกันคือมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ดั่ง
2ศาลชั้นต้นพิพากษามา(มนูภันย์วิมลสาร-อมาตย-วิเศษ)ศาลชั้นต้น - หลวงวุฒิศักดิ์ศาลอุทธรณ์ - พระอินทรปริญญาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: จำเลยกำลังเมาสุราอาละวาดชกต่อยผู้คนอยู่ ผู้ตายเดินผ่านไป ค.จำเลยก็โดดชกผู้ตายด้วยสนับมือ แล้วกอดคอผู้ตายไว้ ม. จำเลยเข้าชกแล้วเอาดุ้นฟืนตีผู้ตาย ป. จำเลยก็เอาดุ้นฟืนตีผู้ตายด้วยเหมือนกัน ผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยบาดแผลที่ถูกทำร้าย ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานสมคบกันฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการต่างคนต่างทำจะว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายเขาถึงตายไม่ได้ คงให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๔ ศาลฏีกาตัดสินว่าที่ศาลอุทรณ์ฟังว่าจำเลยเข้าทำร้ายผู้ตายโดยด่วนไม่ทันคิดว่าช่วยกันทำร้ายนั้น ไม่เห็นฟ้องด้วย วิสัยมนุษย์การใช้ความคิดโดยด่วนย่อมไม่ช้ากว่าการกระทำ จำเลยทำร้ายผู้ตายรวดเร็วเพียงใดก็ย่อมใช้ความคิดได้เร็วเพียงนั้นว่าตนทำอะไรฉะเพาะคดีนี้กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา โดยจำเลยคนหนึ่งเข้าชกต่อยและกอดผู้ตายไว้ อีกสองคนใช้ดุ้นฟืนเข้าตี ถ้าหากจำเลยต่างไม่ช่วยเหลือกันก็คงถึงตายได้ยากกว่า จำเลยจึงต้องรับผิดร่วมกันคือมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ดั่ง
3ศาลชั้นต้นพิพากษามา
(มนูภันย์วิมลสาร - อมาตย - วิเศษ)
ศาลชั้นต้น - หลวงวุฒิศักดิ์ศาลอุทธรณ์ - พระอินทรปริญญา