คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2463 ย่อ (หลักกฎหมาย) ได้ความว่าโจทย์จำเลยพิพาทกันเรื่องที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งอยู่ที่ตำบลพระเสื้อเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ฯ โจทย์ฟ้องอ้างว่าที่วิวาทแปลงนี้เปนของโจทย์ แลเมื่อ ๙ ปีมาแล้วหมานจำเลยได้ขออาศรัยโจทย์ปลูกเรือนอยู่ บัดนี้จำเลยคบคิดกันแย่งกรรมสิทธิที่ของโจทย์ จึงขอให้ขับไล่จำเลย ฯ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่วิวาทแปลงนี้เปนของนางลิบาจำเลย หาใช่ที่ของโจทย์ไม่ ฯ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิจารณาฟังว่า นายหมานจำเลยได้ขออาศรัยอยู่ในที่รายนี้ของโจทย์ จึงพิพากษาขับไล่นายหมานจำเลยให้ออกจากที่รายนี้ไป แลห้ามไม่ให้นางลิบาจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องในที่รายนี้ ฯ จำเลยอุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่า ที่วิวาทไม่ใช่เปนที่โจทย์ แลฟังไม่ได้ว่านายหมานจำเลยได้อาศรัยโจทย์ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาเดิม ให้ยกฟ้องโจทย์ ฯ โจทย์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษในข้อเท็จจริง ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่าทางพิจารณาฟังได้ว่าที่วิวาทกันนี้เปนที่ซึ่งบิดามารดานางลิบาจำเลยอยู่ปกครองสืบเรื่องกันมาช้านานแล้ว คำพยานของโจทย์ในข้อที่ว่านายหมานจำเลยอาศรัยโจทย์นั้นฟังไม่ได้ โจทย์ไม่มีพยานแลหลักฐานอย่างใดที่จะอ้างว่าเปนที่ของตน ที่ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษวินิจฉัยมานั้นชอบด้วยทางพิจารณาแล้ว ให้ยกฎีกาโจทย์เสีย ให้โจทย์เสียค่าทนายชั้นศาลฎีกานี้ใช้ให้แก่จำเลยเปนเงิน ๕๐ บาทด้วย ฯ วันที่ ๓ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2463นายเตยโจทก์นายหมาน นางลิบาจำเลยได้ความว่าโจทย์จำเลยพิพาทกันเรื่องที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งอยู่ที่ตำบลพระเสื้อเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ฯ โจทย์ฟ้องอ้างว่าที่วิวาทแปลงนี้เปนของโจทย์ แลเมื่อ ๙ ปีมาแล้วหมานจำเลยได้ขออาศรัยโจทย์ปลูกเรือนอยู่ คำพิพากษา บัดนี้จำเลยคบคิดกันแย่งกรรมสิทธิที่ของโจทย์ จึงขอให้ขับไล่จำเลย ฯ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่วิวาทแปลงนี้เปนของนางลิบาจำเลย หาใช่ที่ของโจทย์ไม่ ฯ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิจารณาฟังว่า นายหมานจำเลยได้ขออาศรัยอยู่ในที่รายนี้ของโจทย์ จึงพิพากษาขับไล่นายหมานจำเลยให้ออกจากที่รายนี้ไป แลห้ามไม่ให้นางลิบาจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องในที่รายนี้ ฯ จำเลยอุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่า ที่วิวาทไม่ใช่เปนที่โจทย์ แลฟังไม่ได้ว่านายหมานจำเลยได้อาศรัยโจทย์ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาเดิม ให้ยกฟ้องโจทย์ ฯ โจทย์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษในข้อเท็จจริง ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่าทางพิจารณาฟังได้ว่าที่วิวาทกันนี้เปนที่ซึ่งบิดามารดานางลิบาจำเลยอยู่ปกครองสืบเรื่องกันมาช้านานแล้ว คำพยานของโจทย์ในข้อที่ว่านายหมานจำเลยอาศรัยโจทย์นั้นฟังไม่ได้ โจทย์ไม่มีพยานแลหลักฐานอย่างใดที่จะอ้างว่าเปนที่ของตน ที่ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษวินิจฉัยมานั้นชอบด้วยทางพิจารณาแล้ว ให้ยกฎีกาโจทย์เสีย ให้โจทย์เสียค่าทนายชั้นศาลฎีกานี้ใช้ให้แก่จำเลยเปนเงิน ๕๐ บาทด้วย ฯ วันที่ ๓ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓(พระยานครไภยพิเฉท-พระนาเกษมศุขการี-พระยาเทพวิทุร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่าโจทย์จำเลยพิพาทกันเรื่องที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งอยู่ที่ตำบลพระเสื้อเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ฯ โจทย์ฟ้องอ้างว่าที่วิวาทแปลงนี้เปนของโจทย์ แลเมื่อ ๙ ปีมาแล้วหมานจำเลยได้ขออาศรัยโจทย์ปลูกเรือนอยู่ บัดนี้จำเลยคบคิดกันแย่งกรรมสิทธิที่ของโจทย์ จึงขอให้ขับไล่จำเลย ฯ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่วิวาทแปลงนี้เปนของนางลิบาจำเลย หาใช่ที่ของโจทย์ไม่ ฯ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิจารณาฟังว่า นายหมานจำเลยได้ขออาศรัยอยู่ในที่รายนี้ของโจทย์ จึงพิพากษาขับไล่นายหมานจำเลยให้ออกจากที่รายนี้ไป แลห้ามไม่ให้นางลิบาจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องในที่รายนี้ ฯ จำเลยอุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่า ที่วิวาทไม่ใช่เปนที่โจทย์ แลฟังไม่ได้ว่านายหมานจำเลยได้อาศรัยโจทย์ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาเดิม ให้ยกฟ้องโจทย์ ฯ โจทย์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษในข้อเท็จจริง ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่าทางพิจารณาฟังได้ว่าที่วิวาทกันนี้เปนที่ซึ่งบิดามารดานางลิบาจำเลยอยู่ปกครองสืบเรื่องกันมาช้านานแล้ว คำพยานของโจทย์ในข้อที่ว่านายหมานจำเลยอาศรัยโจทย์นั้นฟังไม่ได้ โจทย์ไม่มีพยานแลหลักฐานอย่างใดที่จะอ้างว่าเปนที่ของตน ที่ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษวินิจฉัยมานั้นชอบด้วยทางพิจารณาแล้ว ให้ยกฎีกาโจทย์เสีย ให้โจทย์เสียค่าทนายชั้นศาลฎีกานี้ใช้ให้แก่จำเลยเปนเงิน ๕๐ บาทด้วย ฯ วันที่ ๓ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓ องค์คณะ: พระยานครไภยพิเฉท - พระนาเกษมศุขการี - พระยาเทพวิทุร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา