D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2527

ผล: กลับ แพ่ง

นายศรีจันทร์ แก้วงามสองโจทก์ วัดโนนสมบูรณ์ กับพวกจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นวัดมีสิทธิได้รับทรัพย์สินของพระภิกษุมั่นผู้มรณภาพซึ่งได้มาระหว่างสมณเพศ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 แต่พระภิกษุมั่นไม่มีทรัพย์สินอันเป็นมรดกทั้งพระภิกษุมั่นไม่ได้ตั้งบุคคลใดไว้ให้เป็นผู้จัดการทำศพ ฉะนั้นโจทก์ซึ่งเป็นทายาทพระภิกษุมั่นโดยเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับพระภิกษุมั่น จึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการศพ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับพระภิกษุมั่น ทัตโตซึ่งอุปสมบทเป็นพระภิกษุมา ๗๐ ปีแล้ว เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๔ พระภิกษุมั่นได้มรณะภาพขณะที่พำนักอยู่ที่วัดจำเลยที่ ๑ โดยมิได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินและผู้ที่จะจัดการทำศพไว้ โจทก์ในฐานะทายาทได้ไปขอรับศพพระภิกษุมั่นจากจำเลยทั้ง ๔ แต่ฝ่ายจำเลยไม่ยอมมอบศพพระภิกษุมั่นให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ

2จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ทายาทของพระภิกษุมั่น พระภิกษุมั่นไม่เคยตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการศพของตน พระภิกษุมั่นเป็นผู้ก่อตั้งวัดจำเลยที่ ๑และจำพรรษาอยู่ที่วัดจำเลยที่ ๑ เป็นเวลาหลายสิบปีจนกระทั่งมรณภาพ โดยถือเอาวัดจำเลยที่ ๑ เป็นภูมิลำเนาของตน เมื่อพระภิกษุมั่นมรณภาพทรัพย์สินต่าง ๆ ของพระภิกษุมั่นที่ได้มาระหว่างสมณเพศจึงตกเป็นสมบัติของวัดจำเลยที่ ๑ ทั้งสิ้น วัดจำเลยที่ ๑ จึงมีอำนาจหน้าที่โดยธรรมและชอบด้วยกฎหมายในอันที่จะจัดการศพของพระภิกษุมั่น ขอให้ยกฟ้อง โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า โจทก์เป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับพระภิกษุมั่น ขณะมรณภาพพระภิกษุมั่นไม่มีทรัพย์สินอันเป็นมรดก ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบศพพระภิกษุมั่นให้แก่โจทก์

3จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความแถลงรับกันฟังได้ว่า โจทก์เป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับพระภิกษุมั่นผู้มรณภาพ โจทก์จึงเป็นทายาทของพระภิกษุมั่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙ ส่วนจำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นวัดแม้จะมีสิทธิได้รับทรัพย์สินของพระภิกษุมั่นซึ่งได้มาระหว่างสมณเพศตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๓ แต่พระภิกษุมั่นก็ไม่มีทรัพย์สินอันเป็นมรดกให้แก่จำเลยที่ ๑ ทั้งพระภิกษุมั่นมิได้ตั้งบุคคลใดไว้ให้เป็นผู้จัดการทำศพ ฉะนั้น โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของพระภิกษุมั่นจึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการทำศพ ส่วนจำเลยที่ ๑ มิได้เป็นทายาทและมิได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตายไม่มีสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับการทำศพรายนี้

4พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

(ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท - นิยม ติวุตานนท์ - ศักดิ์ สนองชาติ)

ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวิศิษฏ์ ฐิติภัคศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร