ย่อ / หลักกฎหมาย
1การที่จำเลย(สามี) ต้องไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะถูกทางราชการย้ายไป และโจทก์(ภรรยา) มิได้ตามไปอยู่ด้วยเพราะมีภาระที่จะต้องดูแลบุตร บ้าน และทำการค้าขาย จะถือว่าจำเลยจงใจจะทิ้งร้างโจทก์ไม่ได้ และแม้หากจะฟังว่าจำเลยไม่เสียกับหญิงอื่น และได้พาหญิงอื่นไปไหว้มารดาจำเลยซึ่งอยู่บ้านเดียวกันกับโจทก์ ก็ยังไม่เป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุหย่าได้
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นสามีมิได้อยู่กินกับโจทก์ฉันสามีภรรยา ทั้งไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรเกินกว่า ๑ ปี และยังทำการปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยาอย่างร้ายแรง โดยได้หญิงอื่นเป็นภรรยา ยกย่องอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยเปิดเผย ขอให้ศาลพิพากษาหย่า
2จำเลยให้การว่ามิได้ทอดทิ้งโจทก์และบุตร ไม่เคยมีภรรยาใหม่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น
3พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากัน จำเลยถูกย้ายต้องไปอยู่ต่างจังหวัดอื่นโดยโจทก์ มิได้ตามไปอยู่ด้วยเพราะมีภาระที่จะต้องดูแลบุตร บ้านและทำการค้าขาย และภายใน ๑ ปีก่อนฟ้องจำเลยบวชเป็นภิกษุ ได้มาบิณฑบาตที่บ้านโจทก์ เป็นการปฏิบัติตามควยแก่ภาระสงฆ์ จะถือว่าจำเลยจงใจจะทิ้งร้างโจทก์ไม่ได้ แม้จะฟังว่าจำเลยได้เสียกับหญิงอื่น แต่ไม่ได้ความว่าจำเลยยกย่องออกหน้าออกตาว่าเป็นภรรยา ยังไม่เป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุหย่าได้
4พิพากษายืน (พิสัณห์ ลีตเวทย์ บัญญัติ สุชีวะ สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์) ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2512/2518นางสุคนธ์ รัตนะวิศโจทก์นายเสรี รัตนะวิศจำเลย ป.พ.พ. ม. 1500 (3)การที่จำเลย(สามี) ต้องไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะถูกทางราชการย้ายไป และโจทก์(ภรรยา) มิได้ตามไปอยู่ด้วยเพราะมีภาระที่จะต้องดูแลบุตร บ้าน และทำการค้าขาย จะถือว่าจำเลยจงใจจะทิ้งร้างโจทก์ไม่ได้ และแม้หากจะฟังว่าจำเลยไม่เสียกับหญิงอื่น และได้พาหญิงอื่นไปไหว้มารดาจำเลยซึ่งอยู่บ้านเดียวกันกับโจทก์ ก็ยังไม่เป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุหย่าได้
5โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นสามีมิได้อยู่กินกับโจทก์ฉันสามีภรรยา ทั้งไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรเกินกว่า ๑ ปี และยังทำการปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยาอย่างร้ายแรง โดยได้หญิงอื่นเป็นภรรยา ยกย่องอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยเปิดเผย ขอให้ศาลพิพากษาหย่า
6จำเลยให้การว่ามิได้ทอดทิ้งโจทก์และบุตร ไม่เคยมีภรรยาใหม่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น
7พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากัน จำเลยถูกย้ายต้องไปอยู่ต่างจังหวัดอื่นโดยโจทก์ มิได้ตามไปอยู่ด้วยเพราะมีภาระที่จะต้องดูแลบุตร บ้านและทำการค้าขาย และภายใน ๑ ปีก่อนฟ้องจำเลยบวชเป็นภิกษุ ได้มาบิณฑบาตที่บ้านโจทก์ เป็นการปฏิบัติตามควยแก่ภาระสงฆ์ จะถือว่าจำเลยจงใจจะทิ้งร้างโจทก์ไม่ได้ แม้จะฟังว่าจำเลยได้เสียกับหญิงอื่น แต่ไม่ได้ความว่าจำเลยยกย่องออกหน้าออกตาว่าเป็นภรรยา ยังไม่เป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุหย่าได้
8พิพากษายืน (พิสัณห์ ลีตเวทย์ บัญญัติ สุชีวะ สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์)()ศาลชั้นต้น - นายพิพัฒน์ จักรางกูรศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:
9โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นสามีมิได้อยู่กินกับโจทก์ฉันสามีภรรยา ทั้งไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรเกินกว่า ๑ ปี และยังทำการปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยาอย่างร้ายแรง โดยได้หญิงอื่นเป็นภรรยา ยกย่องอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยเปิดเผย ขอให้ศาลพิพากษาหย่า
10จำเลยให้การว่ามิได้ทอดทิ้งโจทก์และบุตร ไม่เคยมีภรรยาใหม่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น
11พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากัน จำเลยถูกย้ายต้องไปอยู่ต่างจังหวัดอื่นโดยโจทก์ มิได้ตามไปอยู่ด้วยเพราะมีภาระที่จะต้องดูแลบุตร บ้านและทำการค้าขาย และภายใน ๑ ปีก่อนฟ้องจำเลยบวชเป็นภิกษุ ได้มาบิณฑบาตที่บ้านโจทก์ เป็นการปฏิบัติตามควยแก่ภาระสงฆ์ จะถือว่าจำเลยจงใจจะทิ้งร้างโจทก์ไม่ได้ แม้จะฟังว่าจำเลยได้เสียกับหญิงอื่น แต่ไม่ได้ความว่าจำเลยยกย่องออกหน้าออกตาว่าเป็นภรรยา ยังไม่เป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุหย่าได้
12พิพากษายืน (พิสัณห์ ลีตเวทย์ บัญญัติ สุชีวะ สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์) ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2512/2518นางสุคนธ์ รัตนะวิศโจทก์นายเสรี รัตนะวิศจำเลย ป.พ.พ. ม. 1500 (3)การที่จำเลย(สามี) ต้องไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะถูกทางราชการย้ายไป และโจทก์(ภรรยา) มิได้ตามไปอยู่ด้วยเพราะมีภาระที่จะต้องดูแลบุตร บ้าน และทำการค้าขาย จะถือว่าจำเลยจงใจจะทิ้งร้างโจทก์ไม่ได้ และแม้หากจะฟังว่าจำเลยไม่เสียกับหญิงอื่น และได้พาหญิงอื่นไปไหว้มารดาจำเลยซึ่งอยู่บ้านเดียวกันกับโจทก์ ก็ยังไม่เป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุหย่าได้
13โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นสามีมิได้อยู่กินกับโจทก์ฉันสามีภรรยา ทั้งไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรเกินกว่า ๑ ปี และยังทำการปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยาอย่างร้ายแรง โดยได้หญิงอื่นเป็นภรรยา ยกย่องอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยเปิดเผย ขอให้ศาลพิพากษาหย่า
14จำเลยให้การว่ามิได้ทอดทิ้งโจทก์และบุตร ไม่เคยมีภรรยาใหม่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น
15พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากัน จำเลยถูกย้ายต้องไปอยู่ต่างจังหวัดอื่นโดยโจทก์ มิได้ตามไปอยู่ด้วยเพราะมีภาระที่จะต้องดูแลบุตร บ้านและทำการค้าขาย และภายใน ๑ ปีก่อนฟ้องจำเลยบวชเป็นภิกษุ ได้มาบิณฑบาตที่บ้านโจทก์ เป็นการปฏิบัติตามควยแก่ภาระสงฆ์ จะถือว่าจำเลยจงใจจะทิ้งร้างโจทก์ไม่ได้ แม้จะฟังว่าจำเลยได้เสียกับหญิงอื่น แต่ไม่ได้ความว่าจำเลยยกย่องออกหน้าออกตาว่าเป็นภรรยา ยังไม่เป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุหย่าได้
16พิพากษายืน (พิสัณห์ ลีตเวทย์ บัญญัติ สุชีวะ สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์)()ศาลชั้นต้น - นายพิพัฒน์ จักรางกูรศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา