1ฎีกาจำเลยที่ว่า จำเลยกระทำในนามของสมาคม แต่ศาลล่างกลับฟังว่าทำในฐานะส่วนตัวไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องข้อเท็จจริงใน
2ทางพิจารณาต่างกับฟ้องแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงข้อโต้เถียงในฎีกาจำเลยที่ว่าศาลแปลความหมายในเอกสารรายงานการตรวจของผู้เชี่ยวชาญ ผิดจากที่ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็น เมื่อปรากฏว่าความจริงผู้เชี่ยวชาญมิได้ลงความเห็นดังที่จำเลยอ้าง สรุปฎีกาจำเลยเป็นการเถียงว่าเอกสารไม่ปลอม จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อ
3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา264,265,268,341 และ343 แต่ ลงโทษตามมาตรา 268 ประกอบ มาตรา 265 อันเป็นกระทงหนักสุด ศาลอุทธรณ์แก้ เฉพาะบทมาตราความผิดว่าผิดตามมาตรา 268,341 และ 343 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 อันเป็นกระทงหนัก ส่วนกำหนดโทษเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 303/2512พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายอำพล ศรีสดใส กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 218ฎีกาจำเลยที่ว่า จำเลยกระทำในนามของสมาคม แต่ศาลล่างกลับฟังว่าทำในฐานะส่วนตัวไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องข้อเท็จจริงใน
4ทางพิจารณาต่างกับฟ้องแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงข้อโต้เถียงในฎีกาจำเลยที่ว่าศาลแปลความหมายในเอกสารรายงานการตรวจของผู้เชี่ยวชาญ ผิดจากที่ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็น เมื่อปรากฏว่าความจริงผู้เชี่ยวชาญมิได้ลงความเห็นดังที่จำเลยอ้าง สรุปฎีกาจำเลยเป็นการเถียงว่าเอกสารไม่ปลอม จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อ
5ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา264,265,268,341 และ343 แต่ ลงโทษตามมาตรา 268 ประกอบ มาตรา 265 อันเป็นกระทงหนักสุด ศาลอุทธรณ์แก้ เฉพาะบทมาตราความผิดว่าผิดตามมาตรา
1268,341 และ 343 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 อันเป็นกระทงหนัก ส่วนกำหนดโทษเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218(กิตติ สีหนนทน์-ถาวร หุตะโกวิท-อัศนี เกาไศยนันท์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: