D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2531

ผล: ยกคำร้อง อาญา

คำสั่งคำร้องที่ 60/2531พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายจิ้งฮุย แซ่เบ้โจทก์ นางสายทอง คูณทอง กับพวกจำเลย นายจิ้งฮุย แซ่เบ้ โจทก์ร่วม ผู้ยื่นคำร้อง

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ต้องห้าม จึงไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมเห็นว่า การที่

2ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยที่ 2เป็นให้รอการลงโทษนั้น เป็นการแก้ไขมาก โจทก์ร่วมย่อมฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 68แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 2)ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต

3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 83จำคุกคนละ 2 เดือน จำเลยที่ 1 เป็นหญิงอายุมากแล้ว ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

4ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ว่า ให้รอการลงโทษจำเลยที่ 2ไว้ มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 61)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

5ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด2 เดือน ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้รอการลงโทษแม้เป็นการแก้ไขมากแต่ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกิน 1 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 โดยไม่รอการลงโทษเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมชอบแล้ว ยกคำร้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 60/2531พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายจิ้งฮุย แซ่เบ้โจทก์นางสายทอง คูณทอง กับพวกจำเลยนายจิ้งฮุย แซ่เบ้ โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219, ม. 224ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1เป็นการฎีกาดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ต้องห้าม จึงไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมเห็นว่า การที่

2ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยที่ 2เป็นให้รอการลงโทษนั้น เป็นการแก้ไขมาก โจทก์ร่วมย่อมฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 68แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 2)ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต

3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 83จำคุกคนละ 2 เดือน จำเลยที่ 1 เป็นหญิงอายุมากแล้ว ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

4ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ว่า ให้รอการลงโทษจำเลยที่ 2ไว้ มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 61)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

5ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด2 เดือน ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้รอการลงโทษแม้เป็นการแก้ไขมากแต่ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกิน 1 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 โดยไม่รอการลงโทษเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมชอบแล้ว ยกคำร้อง(อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ-ธิรพันธุ์ รัศมิทัต-สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

(อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ - ธิรพันธุ์ รัศมิทัต - สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ)