คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7088/2557 ย่อ (หลักกฎหมาย) จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายแต่แรก การที่ผู้เสียหายส่งมอบโทรศัพท์เคลื่อนที่กับเงิน 700 บาท แก่จำเลยกับพวกโดยเจตนาเพื่อไม่ให้ถูกจำเลยกับพวกทำร้ายและข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อจำเลยกับพวกรับทรัพย์ดังกล่าวไว้ แต่ยังคงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอยู่เพื่อข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อผู้เสียหายขอคืน จำเลยกับพวกยังยึดเงิน 200 บาทไว้ ไม่คืนให้ผู้เสียหาย เป็นการเอาทรัพย์ดังกล่าวของผู้เสียหายไปอันเป็นผลพลอยได้จากการที่ผู้เสียหายส่งมอบเงินให้ก่อนหน้านี้เพื่อไม่ให้ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ดังนั้น การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยในการกระทำที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย และเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะกระทำความผิดจำเลยกับพวกไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ คำพิพากษา โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 278, 284, 340, 340 ตรี และให้จำเลยคืนเงิน 200 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ภายหลังสืบพยานเสร็จ จำเลยใช้เงินแก่ผู้เสียหาย 30,000 บาท และผู้เสียหายแถลงว่าไม่ติดใจเอาความกับจำเลยในข้อหากระทำอนาจารและข้อหาพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร ขอถอนคำร้องทุกข์สองข้อหานี้ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในทั้งสองข้อหาดังกล่าวเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ให้จำหน่ายคดีเฉพาะสองข้อหานั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี จำคุก 15 ปี ให้จำเลยคืนเงิน 200 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายกับนายเอ็ม จำเลย นายกุ้ง และนายประสิทธิ์ไปรับประทานอาหารและดื่มเบียร์กันที่ร้านอาหาร ต.เต่า หลังจากนั้นนายเอ็มกับจำเลยและพวกชวนผู้เสียหายไปที่วัดไร่ขิง นายเอ็มชวนผู้เสียหายไปดูปลาในแม่น้ำ แล้วขอร่วมเพศกับผู้เสียหายโดยพากันไปร่วมเพศที่โรงเรียนวัดไร่ขิง เสร็จแล้วนายเอ็มขอให้ผู้เสียหายร่วมเพศกับจำเลยและพวก แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ผู้เสียหายให้นายเอ็มขับรถจักรยานยนต์ไปส่งที่พัก ถึงที่เกิดเหตุพบจำเลยกับพวกดักรออยู่ จำเลยกับพวกเข้ามากอดปล้ำและทำร้ายผู้เสียหาย ผู้เสียหายส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่กับเงิน 700 บาท ให้จำเลยกับพวกเพื่อไม่ให้จำเลยกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยกับพวกรับไว้แต่ยังจะข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ผู้เสียหายดิ้นรนต่อสู้ ถูกจำเลยกับพวกทำร้ายจนหมดสติ นายเอ็มห้ามจำเลยกับพวกไม่ให้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายฟื้นขึ้นได้ขอโทรศัพท์เคลื่อนที่และเงิน 700 บาท คืน จำเลยกับพวกคืนโทรศัพท์เคลื่อนที่และเงิน 500 บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนเงินอีก 200 บาท ไม่ยอมคืนให้ ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า เมื่อผู้เสียหายขอคืนโทรศัพท์เคลื่อนที่และเงิน 700 บาท การที่จำเลยกับพวกคืนโทรศัพท์เคลื่อนที่และเงิน 500 บาท ให้ผู้เสียหาย ส่วนอีก 200 บาท ไม่คืนให้ เป็นความผิดตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายมาแต่แรก การที่ผู้เสียหายส่งมอบโทรศัพท์เคลื่อนที่กับเงิน 700 บาท แก่จำเลยกับพวกโดยเจตนาเพื่อไม่ให้ถูกจำเลยกับพวกทำร้ายและข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อจำเลยกับพวกรับทรัพย์ดังกล่าวไว้ แต่ยังคงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอยู่เพื่อข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อผู้เสียหายขอคืน จำเลยกับพวกยังยึดเงิน 200 บาท ไว้ ไม่คืนให้ผู้เสียหายเป็นการเอาทรัพย์ดังกล่าวของผู้เสียหายไป จากผลพลอยได้การที่ผู้เสียหายส่งมอบเงินไว้ให้ก่อนหน้านี้เพื่อไม่ให้ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ดังนั้น การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยในการกระทำที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย อนึ่ง ข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะกระทำความผิดจำเลยกับพวกไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงิน 200 บาท แก่ผู้เสียหาย องค์คณะ: อนันต์ วงษ์ประภารัตน์ - วิจิตร วิสุชาติ - เปรมศักดิ์ ชื่นชวน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 192, ป.อ. มาตรา 336 ทวิ, ป.อ. มาตรา 83, ป.อ. มาตรา 91, ป.อ. มาตรา 278, ป.อ. มาตรา 284, ป.อ. มาตรา 340, ป.อ. มาตรา 340 ตรี, ป.วิ.อ. มาตรา 39, ป.อ. มาตรา 335 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา