D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1755/2531

ผล: ยกคำร้อง แพ่ง

คำสั่งคำร้องที่ 1755/2531กรุงเทพมหานครโจทก์ นายชอบ พวงทองจำเลย นายชอบ พวงทอง จำเลย ผู้ยื่นคำร้อง

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ความว่า จำเลยฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน โดยขอถือหลักทรัพย์ที่จำเลยวางไว้ในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักประกันในชั้นฎีกาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 263)

2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,668,608.60 บาทให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (23 กรกฎาคม 2522) จนกว่าจะชำระเสร็จ

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน 2,508,889.05 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 260,259)จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำหลักทรัพย์ของผู้มีชื่อมาวางเป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 238,242)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จนถึงวันทราบคำสั่งนี้ มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1755/2531กรุงเทพมหานครโจทก์นายชอบ พวงทองจำเลยนายชอบ พวงทอง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

4จำเลยฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน โดยขอถือหลักทรัพย์ที่จำเลยวางไว้ในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักประกันในชั้นฎีกาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 263)

5ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,668,608.60 บาทให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (23 กรกฎาคม 2522) จนกว่าจะชำระเสร็จ

6ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1ให้จำเลยใช้เงิน 2,508,889.05 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 260,259)จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำหลักทรัพย์ของผู้มีชื่อมาวางเป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 238,242)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จนถึงวันทราบคำสั่งนี้ มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง(ธิรพันธุ์ รัศมิทัต-นาม ยิ้มแย้ม-อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

(ธิรพันธุ์ รัศมิทัต - นาม ยิ้มแย้ม - อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ)