D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2478

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2478

ผล: ยกฟ้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม. 50

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1คำรับ ศาลไม่จำต้องฟังคำรับสารภาพของจำเลยมาลงโทษจำเลยเสมอไป เป็นข้อดุลยพินิจของศาลที่จะวินิจฉัยเอาเองว่าควรจะลงโทษจำเลยตามคำรับหรือไม่ จำเลยต่อสู้ว่าได้ทำร้ายเขาโดยป้องกัน แต่รับสารภาพว่าได้ทำเกินสมควรแก่เหตุไป จึงถึงตายเช่นนี้เมื่อ

2ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ศาลไม่จำต้องฟังคำรับของจำเลยพิพากษาให้ยกฟ้องได้ ฎีกาอุทธรณ์ดุลยพินิจโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำร้ายร่างกาย ข. ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตาม ม. ๒๔๙ จำเลยรับว่าได้ทำร้าย ข. ถึงตายจริงแต่ทำโดยป้องกันหากได้ทำเกินสมควรแก่เหตุ ข. จึงถึงตาย

3ทางพิจารณาได้ความว่าผู้ตายคุมพรรคพวกเข้าไปทำร้ายร่ายกายบิดาจำเลยถึงในบ้าน บิดาจำเลยถูกทำร้ายถึงตาย ส่วนจำเลยมีบาดเจ็บสาหัส จำเลยจึงทำร้ายผู้ตายถึงตาย ศาลฎีกาตัดสินว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แม้จำเลยจะรับว่าเกิดสมควรแก่เหตุ ก็เป็นแต่เพียงความคิดเห็นของจำเลย และข้อดุลยพินิจเช่นนี้เป็นหน้าที่ของศาลจะวินิจฉัยไม่ใช่ผู้ใดหรือจำเลย คำรับของจำเลยจึงมิพึงถือเป็นหลัก

4พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2478 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 50 ป.วิ.อ. ม. 227คำรับ ศาลไม่จำต้องฟังคำรับสารภาพของจำเลยมาลงโทษจำเลยเสมอไป เป็นข้อดุลยพินิจของศาลที่จะวินิจฉัยเอาเองว่าควรจะลงโทษจำเลยตามคำรับหรือไม่ จำเลยต่อสู้ว่าได้ทำร้ายเขาโดยป้องกัน แต่รับสารภาพว่าได้ทำเกินสมควรแก่เหตุไป จึงถึงตายเช่นนี้เมื่อ

5ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ศาลไม่จำต้องฟังคำรับของจำเลยพิพากษาให้ยกฟ้องได้ ฎีกาอุทธรณ์ดุลยพินิจโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำร้ายร่างกาย ข. ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตาม ม. ๒๔๙ จำเลยรับว่าได้ทำร้าย

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1ข. ถึงตายจริงแต่ทำโดยป้องกันหากได้ทำเกินสมควรแก่เหตุ ข. จึงถึงตาย ทางพิจารณาได้ความว่าผู้ตายคุมพรรคพวกเข้าไปทำร้ายร่ายกายบิดาจำเลยถึงในบ้าน บิดาจำเลยถูกทำร้ายถึงตาย ส่วนจำเลยมีบาดเจ็บสาหัส จำเลยจึงทำร้ายผู้ตายถึงตาย ศาลฎีกาตัดสินว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แม้จำเลยจะรับว่าเกิดสมควรแก่เหตุ ก็เป็นแต่เพียงความคิดเห็นของจำเลย และข้อดุลยพินิจเช่นนี้เป็นหน้าที่ของศาลจะวินิจฉัยไม่ใช่ผู้ใดหรือจำเลย คำรับของจำเลยจึงมิพึงถือเป็นหลัก

2พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์.(มนธา-พลางกูร-อมาตย์)ศาลชั้นต้น - นายพรศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำร้ายร่างกาย ข. ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตาม ม. ๒๔๙ จำเลยรับว่าได้ทำร้าย ข. ถึงตายจริงแต่ทำโดยป้องกันหากได้ทำเกินสมควรแก่เหตุ ข. จึงถึงตาย

3ทางพิจารณาได้ความว่าผู้ตายคุมพรรคพวกเข้าไปทำร้ายร่ายกายบิดาจำเลยถึงในบ้าน บิดาจำเลยถูกทำร้ายถึงตาย ส่วนจำเลยมีบาดเจ็บสาหัส จำเลยจึงทำร้ายผู้ตายถึงตาย ศาลฎีกาตัดสินว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แม้จำเลยจะรับว่าเกิดสมควรแก่เหตุ ก็เป็นแต่เพียงความคิดเห็นของจำเลย และข้อดุลยพินิจเช่นนี้เป็นหน้าที่ของศาลจะวินิจฉัยไม่ใช่ผู้ใดหรือจำเลย คำรับของจำเลยจึงมิพึงถือเป็นหลัก

4พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์.

(มนธา - พลางกูร - อมาตย์)

ศาลชั้นต้น - นายพรศาลอุทธรณ์ -