คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2538 ย่อ (หลักกฎหมาย) ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา ที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้รับรองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เห็นว่าข้อความที่ตัดสิน ไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด ไม่อนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 66) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,295 ให้จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 65) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่ง จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยในสถานเบา และรอการลงโทษ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลย ไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 154/2538พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุงโจทก์นายสานนท์ ขุนรักษ์จำเลยนายบุญฤทธิ์ ช่วยมั่ง ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา ที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้รับรองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เห็นว่าข้อความที่ตัดสิน ไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด ไม่อนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา คำพิพากษา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 66) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,295 ให้จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 65) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่ง จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยในสถานเบา และรอการลงโทษ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลย ไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง(สุนพ กีรติยุติ-สุรินทร์ นาควิเชียร-จำลอง สุขศิริ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: องค์คณะ: สุนพ กีรติยุติ - สุรินทร์ นาควิเชียร - จำลอง สุขศิริ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 218, ป.อ. มาตรา 83, ป.อ. มาตรา 295 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา