D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2469

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2469

ผล: ยกฎีกา

นายเซกสะฮิม (ชาติแขกกาเลง) สัมเยกอังกฤษโจทก์ นายหะยีมัสกู๊ด (ชาติแขกปัตตานี) สัมเยกสยามล.

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1สัญญาทางไมตรีสยามกับอังกฤษ , ชาวเอเซียบังคับอังกฤษจดฐเบียรก่อนสัญญาฟ้องคนในบังคับสยามเปนจำเลย, สิทธิที่จะฎีกา ประทุษฐร้ายส่วนแพ่งขอให้ห้ามผู้ปกครองสุเหร่าอย่าให้ใช้ศาลาเปนโรงเรียน อำนาจผู้ปกครองสุเหร่าชาวเอเซียสัมเยกอังกฤษจดฐเบียรก่อนสัญญาฟ้องคนสัมเยกสยามเปนจำเลย คู่ความจะฎีกาได้ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย โจทย์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้ศาลา ๑ หลังที่ปลูกอยู่ในบริเวณสุเหร่า ทำเปนโรงเรียน โดยมิชอบ เพราะศาลานี้โจทย์แลพรรคพวกเคยใช้แลมีสิทธิที่จะใช้เปนที่สำหรับสวดมนต์ทำบุญตามสิทธิสาสนาของพวกโจทย์ ขอให้ศาลห้ามจำเลยอย่าให้ใช้ศาลานี้เปนโรงเรียน

2ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้อำนาจเปนผู้ปกครองดูแลสุเหร่านี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา โจทย์อ้างสิทธิโดยอาศรัยอำนาจของบุคคลผู้หนึ่ง ซึ่งไม่มีสิทธิเกี่ยงข้องในการปกครองสุเหร่า ศาลล่างตัดสินยกฟ้องโจทย์ ๆ ฎีกา ฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำตัดสินของศาลล่าง เพราะ (๑) การใช้ศาลาเปนโรงเรียนนั้นอยู่ในเขตร์การควบคุมดูแลรักษาสุเหร่าซึ่งเปนน่าที่ของจำเลยจัดการ (๒) ข้อที่ว่าการกระทำเช่นนี้จะเปนการฝ่าฝืนลักธิสาสนาของโจทย์กับพวกฤาไม่นั้น เปนเรื่องที่คณะสาสนาจะต้องประชุมตกลงกันไว้อย่างไรก่อนในเบื้องต้น จึงให้ยกฎีกาโจทย์ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2469นายเซกสะฮิม (ชาติแขกกาเลง) สัมเยกอังกฤษโจทก์นายหะยีมัสกู๊ด (ชาติแขกปัตตานี) สัมเยกสยามล. ป.วิ.พ. สัญญาทางไมตรีสยามกับอังกฤษ , ชาวเอเซียบังคับอังกฤษจดฐเบียรก่อนสัญญาฟ้องคนในบังคับสยามเปนจำเลย, สิทธิที่จะฎีกา ประทุษฐร้ายส่วนแพ่งขอให้ห้ามผู้ปกครองสุเหร่าอย่าให้ใช้ศาลาเปนโรงเรียน อำนาจผู้ปกครองสุเหร่าชาวเอเซียสัมเยกอังกฤษจดฐเบียรก่อนสัญญาฟ้องคนสัมเยกสยามเปนจำเลย คู่ความจะฎีกาได้ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทย์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้ศาลา ๑ หลังที่ปลูกอยู่ในบริเวณสุเหร่า ทำเปนโรงเรียน โดยมิชอบ เพราะศาลานี้โจทย์แลพรรคพวกเคยใช้แลมีสิทธิที่จะใช้เปนที่สำหรับสวดมนต์ทำบุญตามสิทธิสาสนาของพวกโจทย์ ขอให้ศาลห้ามจำเลยอย่าให้ใช้ศาลานี้เปนโรงเรียน

2ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้อำนาจเปนผู้ปกครองดูแลสุเหร่านี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา โจทย์อ้างสิทธิโดยอาศรัยอำนาจของบุคคลผู้หนึ่ง ซึ่งไม่มีสิทธิเกี่ยงข้องในการปกครองสุเหร่า ศาลล่างตัดสินยกฟ้องโจทย์ ๆ ฎีกา ฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำตัดสินของศาลล่าง เพราะ (๑) การใช้ศาลาเปนโรงเรียนนั้นอยู่ในเขตร์การควบคุมดูแลรักษาสุเหร่าซึ่งเปนน่าที่ของจำเลยจัดการ (๒) ข้อที่ว่าการกระทำเช่นนี้จะเปนการฝ่าฝืนลักธิสาสนาของโจทย์กับพวกฤาไม่นั้น เปนเรื่องที่คณะสาสนาจะต้องประชุมตกลงกันไว้อย่างไรก่อนในเบื้องต้น จึงให้ยกฎีกาโจทย์(เนียล-พรหม-บัส)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ชาวเอเซียสัมเยกอังกฤษจดฐเบียรก่อนสัญญาฟ้องคนสัมเยกสยามเปนจำเลย คู่ความจะฎีกาได้ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย โจทย์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้ศาลา ๑ หลังที่ปลูกอยู่ในบริเวณสุเหร่า ทำเปนโรงเรียน โดยมิชอบ เพราะศาลานี้โจทย์แลพรรคพวกเคยใช้แลมีสิทธิที่จะใช้เปนที่สำหรับสวดมนต์ทำบุญตามสิทธิสาสนาของพวกโจทย์ ขอให้ศาลห้ามจำเลยอย่าให้ใช้ศาลานี้เปนโรงเรียน

3ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้อำนาจเปนผู้ปกครองดูแลสุเหร่านี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา โจทย์อ้างสิทธิโดยอาศรัยอำนาจของบุคคลผู้หนึ่ง ซึ่งไม่มีสิทธิเกี่ยงข้องในการปกครองสุเหร่า ศาลล่างตัดสินยกฟ้องโจทย์ ๆ ฎีกา ฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำตัดสินของศาลล่าง เพราะ (๑) การใช้ศาลาเปนโรงเรียนนั้นอยู่ในเขตร์การควบคุมดูแลรักษาสุเหร่าซึ่งเปนน่าที่ของจำเลยจัดการ (๒) ข้อที่ว่าการกระทำเช่นนี้จะเปนการฝ่าฝืนลักธิสาสนาของโจทย์กับพวกฤาไม่นั้น เปนเรื่องที่คณะสาสนาจะต้องประชุมตกลงกันไว้อย่างไรก่อนในเบื้องต้น จึงให้ยกฎีกาโจทย์

(เนียล - พรหม - บัส)