คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2551

สำนักวิชาการ

ย่อ

1การที่โจทก์กับมูลนิธิ ท. ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์ตกลงชำระเงิน 7,500,000 บาท แก่มูลนิธิ ท. โดยมีเงื่อนไขว่า มูลนิธิ ท. จะไม่ขอรับเงินจำนวนดังกล่าวที่โจทก์นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มูลนิธิ ท. จำเลย และ ส. จะได้รับเงินฝ่ายละเท่าใดเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า ส่วนแบ่งของจำเลยในเงิน 7,500,000 บาท ยังไม่แน่นอนจนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด ดังนี้ แม้โจทก์จะรับว่าโจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยและยินยอมให้จำเลยนำหนี้ดังกล่าวมาหลักกลบลบหนี้ได้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิเรียกร้องของจำเลยยังมีข้อต่อสู้อยู่ จำเลยย่อมไม่อาจนำหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้ตามฟ้องได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 344

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2542 จำเลยได้ทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์ใช้สิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา "หมอหยอง แผนที่ชีวิต พ.ศ.2543 (7 สี 7 อารมณ์)" กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ตกลงจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวนสินค้าที่จำหน่ายได้ จำเลยได้ขอเบิกค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าจากโจทก์ 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,299,745.18 บาท เมื่อครบกำหนดเวลา โจทก์สรุปยอดและหักทอนค่าลิขสิทธิ์ตามสัญญา ยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 72,057 หน่วย (ม้วน) คงเหลือสินค้าประเภทเทป (MC) รวมจำนวน 32,943 หน่วย (ม้วน) จำเลยมีสิทธิได้รับค่าลิขสิทธิ์จากโจทก์จำนวน 3,315,342.57 บาท แต่โจทก์ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าแล้วจำนวน 4,299,745.18 บาท จำเลยจึงต้องคืนเงินค่าลิขสิทธิ์ที่รับไปจากโจทก์ 984,402 บาท และค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าในส่วนที่ไม่สามารถจำหน่ายได้คิดเป็นเงิน 456,387 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,440,789 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,754,604.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,440,789 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

2จำเลยให้การว่า เดิมจำเลยเป็นหนี้ที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามฟ้อง แต่หนี้ดังกล่าวได้ระงับหมดสิ้นแล้ว เนื่องจากประมาณปี 2541 โจทก์มีหนี้ค้างชำระกับจำเลยเป็นค่าลิขสิทธิ์เทปอีก 1 ชุด ชื่อชุด "7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ" โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยตกลงรับชำระหนี้ด้วยวิธีหักกลบลบหนี้กัน จำเลยจึงไม่มีหนี้ใดที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,754,604.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,440,789 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท

3จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์ใช้ลิขสิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา หมอหยอง แผนที่ชีวิต พ.ศ.2543 (7 สี 7 อารมรณ์) ของจำเลย โดยโจทก์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทปดังกล่าว จำเลยรับค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าไปจากโจทก์หลายครั้ง เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญา ได้สรุปยอดขายและหักค่าใช้จ่ายแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 1,440,789 บาท ต่อมาโจทก์และจำเลยตกลงทำหนังสือรับสภาพหนี้มีข้อความว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามจำนวนดังกล่าว กับโจทก์รับว่า โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยจากการค้างชำระค่าลิขสิทธิ์เทปคำทำนายดวงชะตาชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ ซึ่งจัดจำหน่ายเมื่อปี 2541 เป็นเงิน 7,500,000 บาท แล้วมีข้อตกลงร่วมกันให้หักกลบลบหนี้ได้ ตามหนังสือรับสภาพหนี้

4คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธินำหนี้จำนวน 1,440,789 บาท ตามฟ้องไปหักกลบลบหนี้กับหนี้จำนวน 7,500,000 บาท ที่โจทก์รับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยตามหนังสือรับสภาพหนี้ได้หรือไม่ ปัญหาดังกล่าว โจทก์และจำเลยต่างนำสืบข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า เดิมเมื่อปี 2541 จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้มูลนิธิทีวีพูลใช้ลิขสิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) แล้วมูลนิธิทีวีพูลทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทปชุดดังกล่าว แต่โจทก์มิได้ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่มูลนิธิทีวีพูลทั้งมูลนิธิทีวีพูลก็มีข้อพิพาทกับจำเลยเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในเทปชุดนี้ ซึ่งต่อมา มูลนิธิทีวีพูลเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย ให้ชำระค่าลิขสิทธิ์จากการผลิตและจำหน่ายเทปคำทำนายดวงชะตาชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) ตามคดีหมายเลขดำที่ ทป. 24/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง แล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ตกลงชำระเงิน 7,500,000 บาท ให้แก่มูลนิธิทีวีพูล แต่มีเงื่อนไขว่า มูลนิธิทีวีพูลจะยังไม่รับเงินจำนวนดังกล่าวที่โจทก์นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่มูลนิธิทีวีพูลกับพวกเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ในเทปคำทำนายดวงชะตา ชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามูลนิธิทีวีพูลหรือจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินฝ่ายละเท่าไร ดังปรากฏตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม ที่

5จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งในเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับมูลนิธิทีวีพูลเป็นจำนวน1 ใน 4 ซึ่งเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนแน่นอน มิได้เป็นหนี้ที่ยังมีเงื่อนไขหรือข้อต่อสู้นั้น เห็นว่า ตามข้อตกลงในปัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 ระบุเงื่อนไขว่า มูลนิธิทีวีพูลจะไม่ขอรับเงินที่โจทก์คดีนี้นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มูลนิธิทีวีพูลหรือจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินฝ่ายละเท่าไร เช่นนี้ ย่อมมีความหมายว่า จำเลยจะมีสิทธิได้รับเงินส่วนแบ่งจากจำนวน 7,500,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเงินจำนวนเดียวกับเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นจำนวนเท่าไร ต้องรอฟังผลของคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 ถึงที่สุดเสียก่อน แม้โจทก์จะรับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยและยอมให้หักกลบลบหนี้กันได้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่จะเอาส่วนแบ่งจากเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามจำนวนที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมชำระให้แก่มูลนิธิทีวีพูลยังมีข้อต่อสู้อยู่จึงย่อมไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ตามฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

6พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2551บริษัทซีวีดี มิวสิค จำกัดโจทก์บริษัทดีโอลี ซินเซียริตี้โปรโมชั่น กรุ๊ป จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 344การที่โจทก์กับมูลนิธิ ท. ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์ตกลงชำระเงิน 7,500,000 บาท แก่มูลนิธิ ท. โดยมีเงื่อนไขว่า มูลนิธิ ท. จะไม่ขอรับเงินจำนวนดังกล่าวที่โจทก์นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มูลนิธิ ท. จำเลย และ ส. จะได้รับเงินฝ่ายละเท่าใดเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า ส่วนแบ่งของจำเลยในเงิน 7,500,000 บาท ยังไม่แน่นอนจนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด ดังนี้ แม้โจทก์จะรับว่าโจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยและยินยอมให้จำเลยนำหนี้ดังกล่าวมาหลักกลบลบหนี้ได้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิเรียกร้องของจำเลยยังมีข้อต่อสู้อยู่ จำเลยย่อมไม่อาจนำหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้ตามฟ้องได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 344

7โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2542 จำเลยได้ทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์ใช้สิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา "หมอหยอง แผนที่ชีวิต พ.ศ.2543 (7 สี 7 อารมณ์)" กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ตกลงจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวนสินค้าที่จำหน่ายได้ จำเลยได้ขอเบิกค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าจากโจทก์ 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,299,745.18 บาท เมื่อครบกำหนดเวลา โจทก์สรุปยอดและหักทอนค่าลิขสิทธิ์ตามสัญญา ยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 72,057 หน่วย (ม้วน) คงเหลือสินค้าประเภทเทป (MC) รวมจำนวน 32,943 หน่วย (ม้วน) จำเลยมีสิทธิได้รับค่าลิขสิทธิ์จากโจทก์จำนวน 3,315,342.57 บาท แต่โจทก์ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าแล้วจำนวน 4,299,745.18 บาท จำเลยจึงต้องคืนเงินค่าลิขสิทธิ์ที่รับไปจากโจทก์ 984,402 บาท และค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าในส่วนที่ไม่สามารถจำหน่ายได้คิดเป็นเงิน 456,387 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,440,789 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,754,604.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,440,789 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

8จำเลยให้การว่า เดิมจำเลยเป็นหนี้ที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามฟ้อง แต่หนี้ดังกล่าวได้ระงับหมดสิ้นแล้ว เนื่องจากประมาณปี 2541 โจทก์มีหนี้ค้างชำระกับจำเลยเป็นค่าลิขสิทธิ์เทปอีก 1 ชุด ชื่อชุด "7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ" โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยตกลงรับชำระหนี้ด้วยวิธีหักกลบลบหนี้กัน จำเลยจึงไม่มีหนี้ใดที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,754,604.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,440,789 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท

9จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์ใช้ลิขสิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา หมอหยอง แผนที่ชีวิต พ.ศ.2543 (7 สี 7 อารมรณ์) ของจำเลย โดยโจทก์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทปดังกล่าว จำเลยรับค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าไปจากโจทก์หลายครั้ง เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญา ได้สรุปยอดขายและหักค่าใช้จ่ายแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 1,440,789 บาท ต่อมาโจทก์และจำเลยตกลงทำหนังสือรับสภาพหนี้มีข้อความว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามจำนวนดังกล่าว กับโจทก์รับว่า โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยจากการค้างชำระค่าลิขสิทธิ์เทปคำทำนายดวงชะตาชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ ซึ่งจัดจำหน่ายเมื่อปี 2541 เป็นเงิน 7,500,000 บาท แล้วมีข้อตกลงร่วมกันให้หักกลบลบหนี้ได้ ตามหนังสือรับสภาพหนี้

10คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธินำหนี้จำนวน 1,440,789 บาท ตามฟ้องไปหักกลบลบหนี้กับหนี้จำนวน 7,500,000 บาท ที่โจทก์รับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยตามหนังสือรับสภาพหนี้ได้หรือไม่ ปัญหาดังกล่าว โจทก์และจำเลยต่างนำสืบข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า เดิมเมื่อปี 2541 จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้มูลนิธิทีวีพูลใช้ลิขสิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) แล้วมูลนิธิทีวีพูลทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทปชุดดังกล่าว แต่โจทก์มิได้ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่มูลนิธิทีวีพูลทั้งมูลนิธิทีวีพูลก็มีข้อพิพาทกับจำเลยเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในเทปชุดนี้ ซึ่งต่อมา มูลนิธิทีวีพูลเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย ให้ชำระค่าลิขสิทธิ์จากการผลิตและจำหน่ายเทปคำทำนายดวงชะตาชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) ตามคดีหมายเลขดำที่ ทป. 24/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง แล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ตกลงชำระเงิน 7,500,000 บาท ให้แก่มูลนิธิทีวีพูล แต่มีเงื่อนไขว่า มูลนิธิทีวีพูลจะยังไม่รับเงินจำนวนดังกล่าวที่โจทก์นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่มูลนิธิทีวีพูลกับพวกเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ในเทปคำทำนายดวงชะตา ชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามูลนิธิทีวีพูลหรือจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินฝ่ายละเท่าไร ดังปรากฏตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม ที่

11จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งในเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับมูลนิธิทีวีพูลเป็นจำนวน1 ใน 4 ซึ่งเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนแน่นอน มิได้เป็นหนี้ที่ยังมีเงื่อนไขหรือข้อต่อสู้นั้น เห็นว่า ตามข้อตกลงในปัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 ระบุเงื่อนไขว่า มูลนิธิทีวีพูลจะไม่ขอรับเงินที่โจทก์คดีนี้นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มูลนิธิทีวีพูลหรือจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินฝ่ายละเท่าไร เช่นนี้ ย่อมมีความหมายว่า จำเลยจะมีสิทธิได้รับเงินส่วนแบ่งจากจำนวน 7,500,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเงินจำนวนเดียวกับเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นจำนวนเท่าไร ต้องรอฟังผลของคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 ถึงที่สุดเสียก่อน แม้โจทก์จะรับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยและยอมให้หักกลบลบหนี้กันได้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่จะเอาส่วนแบ่งจากเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามจำนวนที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมชำระให้แก่มูลนิธิทีวีพูลยังมีข้อต่อสู้อยู่จึงย่อมไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ตามฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

12พิพากษายืน(รัตน กองแก้ว-พลรัตน์ ประทุมทาน-พินิจ บุญชัด)แหล่งที่มาสำนักวิชาการแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุการหักกลบลบหนี้นั้นถือว่าเป็นวิธีการระงับแห่งหนี้ได้อย่างหนึ่งเกิดขึ้นในกรณีที่หนี้นั้นเป็นหนี้ต่างตอบแทนกัน กล่าวคือ เจ้าหนี้และลูกหนี้ต่างฝ่ายเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งกันและกัน มีบัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 341 โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้ 1. บุคคลคลสองคน ต่างฝ่ายมีความผูกพันซึ่งกันและกัน และ 2. หนี้นั้นมีวัตถุเป็นอย่างเดียวกัน และ 3. หนี้ทั้งสองรายถึงกำหนดชำระแล้ว แต่ในบางกรณีหากหนี้ทั้งสองรายต้องด้วยหลักเกณฑ์ทั้งสามข้อข้างต้น กฎหมายก็ห้ามมิให้มีการหักกลบลบหนี้ ได้แก่ 1. สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้หักกลบลบหนี้ ตามมาตรา 341 วรรคหนึ่ง 2. ขัดกับเจตนาของคู่สัญญาที่ได้แสดงไว้ ตามมาตรา 341 วรรคสอง 3. สิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้กันอยู่ ตามมาตรา 344 4. หนี้เกิดจากการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ตาม 345 5. สิทธิเรียกร้องอันศาลสั่งยึดไม่ได้ ตามมาตรา 346 6. หนี้ค่าใบหุ้นในบริษัท มาตรา 1119 วรรคสอง ซึ่งตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ผู้เขียนหมายเหตุนี้เป็นสิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้อยู่ตามมาตรา 344 กล่าวคือ ไม่มีการแย้งในสภาพและความสมบูรณ์ของสิทธิเรียกร้องนั่นเอง ดังนั้น หากปรากฏว่าสิทธิเรียกร้องรายใดเกิดขึ้นด้วยกลฉ้อฉล ข่มขู่ สำคัญผิด หรือไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ เป็นต้น สิทธิเรียกร้องเหล่านั้น ย่อมถือว่าหนี้นั้นยังมีข้อต่อสู้อยู่จะนำมาหักกลบลบหนี้กับหนี้อื่นไม่ได้ โดยตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้คดีดำที่ ทป. 83/2541 ยังไม่ถึงที่สุด แม้โจทก์จะรับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยและยอมให้หักกลบลบหนี้กันได้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม ย่อมถือได้ว่า เป็นหนี้ที่จะนำมาหักกลบลบหนี้ยังมีข้อต่อสู้กันอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 344 นวชาติ ยมะสมิตคำพิพากษา:

13โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2542 จำเลยได้ทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์ใช้สิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา "หมอหยอง แผนที่ชีวิต พ.ศ.2543 (7 สี 7 อารมณ์)" กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ตกลงจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวนสินค้าที่จำหน่ายได้ จำเลยได้ขอเบิกค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าจากโจทก์ 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,299,745.18 บาท เมื่อครบกำหนดเวลา โจทก์สรุปยอดและหักทอนค่าลิขสิทธิ์ตามสัญญา ยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 72,057 หน่วย (ม้วน) คงเหลือสินค้าประเภทเทป (MC) รวมจำนวน 32,943 หน่วย (ม้วน) จำเลยมีสิทธิได้รับค่าลิขสิทธิ์จากโจทก์จำนวน 3,315,342.57 บาท แต่โจทก์ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าแล้วจำนวน 4,299,745.18 บาท จำเลยจึงต้องคืนเงินค่าลิขสิทธิ์ที่รับไปจากโจทก์ 984,402 บาท และค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าในส่วนที่ไม่สามารถจำหน่ายได้คิดเป็นเงิน 456,387 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,440,789 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,754,604.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,440,789 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

14จำเลยให้การว่า เดิมจำเลยเป็นหนี้ที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามฟ้อง แต่หนี้ดังกล่าวได้ระงับหมดสิ้นแล้ว เนื่องจากประมาณปี 2541 โจทก์มีหนี้ค้างชำระกับจำเลยเป็นค่าลิขสิทธิ์เทปอีก 1 ชุด ชื่อชุด "7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ" โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยตกลงรับชำระหนี้ด้วยวิธีหักกลบลบหนี้กัน จำเลยจึงไม่มีหนี้ใดที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,754,604.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,440,789 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท

15จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์ใช้ลิขสิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา หมอหยอง แผนที่ชีวิต พ.ศ.2543 (7 สี 7 อารมรณ์) ของจำเลย โดยโจทก์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทปดังกล่าว จำเลยรับค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าไปจากโจทก์หลายครั้ง เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญา ได้สรุปยอดขายและหักค่าใช้จ่ายแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 1,440,789 บาท ต่อมาโจทก์และจำเลยตกลงทำหนังสือรับสภาพหนี้มีข้อความว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามจำนวนดังกล่าว กับโจทก์รับว่า โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยจากการค้างชำระค่าลิขสิทธิ์เทปคำทำนายดวงชะตาชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ ซึ่งจัดจำหน่ายเมื่อปี 2541 เป็นเงิน 7,500,000 บาท แล้วมีข้อตกลงร่วมกันให้หักกลบลบหนี้ได้ ตามหนังสือรับสภาพหนี้

16คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธินำหนี้จำนวน 1,440,789 บาท ตามฟ้องไปหักกลบลบหนี้กับหนี้จำนวน 7,500,000 บาท ที่โจทก์รับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยตามหนังสือรับสภาพหนี้ได้หรือไม่ ปัญหาดังกล่าว โจทก์และจำเลยต่างนำสืบข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า เดิมเมื่อปี 2541 จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้มูลนิธิทีวีพูลใช้ลิขสิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) แล้วมูลนิธิทีวีพูลทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทปชุดดังกล่าว แต่โจทก์มิได้ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่มูลนิธิทีวีพูลทั้งมูลนิธิทีวีพูลก็มีข้อพิพาทกับจำเลยเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในเทปชุดนี้ ซึ่งต่อมา มูลนิธิทีวีพูลเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย ให้ชำระค่าลิขสิทธิ์จากการผลิตและจำหน่ายเทปคำทำนายดวงชะตาชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) ตามคดีหมายเลขดำที่ ทป. 24/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง แล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ตกลงชำระเงิน 7,500,000 บาท ให้แก่มูลนิธิทีวีพูล แต่มีเงื่อนไขว่า มูลนิธิทีวีพูลจะยังไม่รับเงินจำนวนดังกล่าวที่โจทก์นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่มูลนิธิทีวีพูลกับพวกเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ในเทปคำทำนายดวงชะตา ชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามูลนิธิทีวีพูลหรือจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินฝ่ายละเท่าไร ดังปรากฏตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม ที่

17จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งในเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับมูลนิธิทีวีพูลเป็นจำนวน1 ใน 4 ซึ่งเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนแน่นอน มิได้เป็นหนี้ที่ยังมีเงื่อนไขหรือข้อต่อสู้นั้น เห็นว่า ตามข้อตกลงในปัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 ระบุเงื่อนไขว่า มูลนิธิทีวีพูลจะไม่ขอรับเงินที่โจทก์คดีนี้นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มูลนิธิทีวีพูลหรือจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินฝ่ายละเท่าไร เช่นนี้ ย่อมมีความหมายว่า จำเลยจะมีสิทธิได้รับเงินส่วนแบ่งจากจำนวน 7,500,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเงินจำนวนเดียวกับเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นจำนวนเท่าไร ต้องรอฟังผลของคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 ถึงที่สุดเสียก่อน แม้โจทก์จะรับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยและยอมให้หักกลบลบหนี้กันได้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่จะเอาส่วนแบ่งจากเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามจำนวนที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมชำระให้แก่มูลนิธิทีวีพูลยังมีข้อต่อสู้อยู่จึงย่อมไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ตามฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

18พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2551บริษัทซีวีดี มิวสิค จำกัดโจทก์บริษัทดีโอลี ซินเซียริตี้โปรโมชั่น กรุ๊ป จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 344การที่โจทก์กับมูลนิธิ ท. ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์ตกลงชำระเงิน 7,500,000 บาท แก่มูลนิธิ ท. โดยมีเงื่อนไขว่า มูลนิธิ ท. จะไม่ขอรับเงินจำนวนดังกล่าวที่โจทก์นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มูลนิธิ ท. จำเลย และ ส. จะได้รับเงินฝ่ายละเท่าใดเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า ส่วนแบ่งของจำเลยในเงิน 7,500,000 บาท ยังไม่แน่นอนจนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด ดังนี้ แม้โจทก์จะรับว่าโจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยและยินยอมให้จำเลยนำหนี้ดังกล่าวมาหลักกลบลบหนี้ได้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิเรียกร้องของจำเลยยังมีข้อต่อสู้อยู่ จำเลยย่อมไม่อาจนำหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้ตามฟ้องได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 344

19โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2542 จำเลยได้ทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์ใช้สิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา "หมอหยอง แผนที่ชีวิต พ.ศ.2543 (7 สี 7 อารมณ์)" กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2542 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ตกลงจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวนสินค้าที่จำหน่ายได้ จำเลยได้ขอเบิกค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าจากโจทก์ 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,299,745.18 บาท เมื่อครบกำหนดเวลา โจทก์สรุปยอดและหักทอนค่าลิขสิทธิ์ตามสัญญา ยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 72,057 หน่วย (ม้วน) คงเหลือสินค้าประเภทเทป (MC) รวมจำนวน 32,943 หน่วย (ม้วน) จำเลยมีสิทธิได้รับค่าลิขสิทธิ์จากโจทก์จำนวน 3,315,342.57 บาท แต่โจทก์ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าแล้วจำนวน 4,299,745.18 บาท จำเลยจึงต้องคืนเงินค่าลิขสิทธิ์ที่รับไปจากโจทก์ 984,402 บาท และค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าในส่วนที่ไม่สามารถจำหน่ายได้คิดเป็นเงิน 456,387 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,440,789 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,754,604.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,440,789 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

20จำเลยให้การว่า เดิมจำเลยเป็นหนี้ที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามฟ้อง แต่หนี้ดังกล่าวได้ระงับหมดสิ้นแล้ว เนื่องจากประมาณปี 2541 โจทก์มีหนี้ค้างชำระกับจำเลยเป็นค่าลิขสิทธิ์เทปอีก 1 ชุด ชื่อชุด "7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ" โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยตกลงรับชำระหนี้ด้วยวิธีหักกลบลบหนี้กัน จำเลยจึงไม่มีหนี้ใดที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,754,604.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,440,789 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท

21จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์ใช้ลิขสิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา หมอหยอง แผนที่ชีวิต พ.ศ.2543 (7 สี 7 อารมรณ์) ของจำเลย โดยโจทก์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทปดังกล่าว จำเลยรับค่าลิขสิทธิ์ล่วงหน้าไปจากโจทก์หลายครั้ง เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญา ได้สรุปยอดขายและหักค่าใช้จ่ายแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 1,440,789 บาท ต่อมาโจทก์และจำเลยตกลงทำหนังสือรับสภาพหนี้มีข้อความว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามจำนวนดังกล่าว กับโจทก์รับว่า โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยจากการค้างชำระค่าลิขสิทธิ์เทปคำทำนายดวงชะตาชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ ซึ่งจัดจำหน่ายเมื่อปี 2541 เป็นเงิน 7,500,000 บาท แล้วมีข้อตกลงร่วมกันให้หักกลบลบหนี้ได้ ตามหนังสือรับสภาพหนี้

22คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธินำหนี้จำนวน 1,440,789 บาท ตามฟ้องไปหักกลบลบหนี้กับหนี้จำนวน 7,500,000 บาท ที่โจทก์รับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยตามหนังสือรับสภาพหนี้ได้หรือไม่ ปัญหาดังกล่าว โจทก์และจำเลยต่างนำสืบข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า เดิมเมื่อปี 2541 จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้มูลนิธิทีวีพูลใช้ลิขสิทธิ์ในผลงานเทปคำทำนายดวงชะตา 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) แล้วมูลนิธิทีวีพูลทำสัญญาอนุญาตให้โจทก์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทปชุดดังกล่าว แต่โจทก์มิได้ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่มูลนิธิทีวีพูลทั้งมูลนิธิทีวีพูลก็มีข้อพิพาทกับจำเลยเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในเทปชุดนี้ ซึ่งต่อมา มูลนิธิทีวีพูลเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย ให้ชำระค่าลิขสิทธิ์จากการผลิตและจำหน่ายเทปคำทำนายดวงชะตาชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) ตามคดีหมายเลขดำที่ ทป. 24/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง แล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ตกลงชำระเงิน 7,500,000 บาท ให้แก่มูลนิธิทีวีพูล แต่มีเงื่อนไขว่า มูลนิธิทีวีพูลจะยังไม่รับเงินจำนวนดังกล่าวที่โจทก์นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่มูลนิธิทีวีพูลกับพวกเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ในเทปคำทำนายดวงชะตา ชุด 7 สี 7 อารมณ์ ปีเสือทมิฬ (ปี 2541) จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามูลนิธิทีวีพูลหรือจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินฝ่ายละเท่าไร ดังปรากฏตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม ที่

23จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งในเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับมูลนิธิทีวีพูลเป็นจำนวน1 ใน 4 ซึ่งเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนแน่นอน มิได้เป็นหนี้ที่ยังมีเงื่อนไขหรือข้อต่อสู้นั้น เห็นว่า ตามข้อตกลงในปัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 ระบุเงื่อนไขว่า มูลนิธิทีวีพูลจะไม่ขอรับเงินที่โจทก์คดีนี้นำมาวางศาลจนกว่าคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มูลนิธิทีวีพูลหรือจำเลยคดีนี้กับนายสุริยันเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินฝ่ายละเท่าไร เช่นนี้ ย่อมมีความหมายว่า จำเลยจะมีสิทธิได้รับเงินส่วนแบ่งจากจำนวน 7,500,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเงินจำนวนเดียวกับเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นจำนวนเท่าไร ต้องรอฟังผลของคดีหมายเลขดำที่ ทป. 83/2541 ถึงที่สุดเสียก่อน แม้โจทก์จะรับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยและยอมให้หักกลบลบหนี้กันได้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่จะเอาส่วนแบ่งจากเงินจำนวน 7,500,000 บาท ตามจำนวนที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมชำระให้แก่มูลนิธิทีวีพูลยังมีข้อต่อสู้อยู่จึงย่อมไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ตามฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

24พิพากษายืน

(รัตน กองแก้ว - พลรัตน์ ประทุมทาน - พินิจ บุญชัด)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 344, ป.พ.พ. มาตรา 341, ป.พ.พ. มาตรา 344 นว

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ