ย่อ / หลักกฎหมาย
1ผู้ตายสมคบกับสามีไปฉุดภรรยา ซึ่งเป็นบุตร์สาวจำเลย ดังนี้การที่สามีมีอำนาจที่จะฉุดภรรยาไปจากบิดานั้น หาทำให้ผู้ตายมีอำนาจฉุดด้วยไม่ ในกรณีเช่นนี้ บิดาของหญิงนั้น ย่อมมีสิทธิทำการป้องกันได้ ในกรณีที่
2โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้นเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิด ก็
3พิพากษายกฟ้องได้คดีได้ความว่า นายเทือง,และนายทิม สามีนางบุญมาบุตร์สาวจำเลย ซึ่งหย่าขาดจากกันแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนการหย่า ได้สมคบกันฉุดคร่านางบุญมาไป ทั้งนี้โดยนายเทืองและนายทิมมีอาวุธ ฉุดแขนนางบุญมาคนละข้าง จำเลยตามทัน จึงใช้อาวุธปืนยิงถูกนายเทองถึงแก่ความตาย อัยยการและนางริ้วมารดาผู้ตาย ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
4ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย สำหรับตัวนายพิมอาจมีข้อแก้ตัวทางอาญาในการฉุดคร่านางบุญมา เพราะนางบุญมาเป็นภรรยาของตน แต่นายเทืองผู้ตายจะอาศัยข้อแก้ตัวของนายทิมมาอ้างหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยต่อนายเทืองจึงเป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียง แต่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ
5พิพากษาแก้ให้ลดโทษเหลือจำคุก ๕ ปี อัยยการและนางริ้ว โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงเป็นยุตติกล่าวแล้ว ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตามกฎหมายสถานใดเพียงไรหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า นายเทืองผู้ตายบังอาจฉุดคร่าลูกสาวของจำเลย แม้จะมีนายทิมสามีนางบุญมาเข้าฉุดด้วยซึ่งหากว่า นายทิมจะไม่มีความผิดก็เป็นเรื่องฉะเพาะตัว ไม่ใช่สามีมีอำนาจทำแก่ภรรยาของตนได้ คนอื่นจะมีอำนาจทำแก่ภรรยาเขาได้ด้วยหาได้ไม่ โดยเหตุนี้จำเลยจึงมีสิทธิที่จะป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงของตนซึ่งสำหรับคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุแม้จำเลยมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็ย่อมมีอำนาจปล่อยตัวได้
6พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1549 - 550/2489อัยยการนครสวรรค์,นางริ้วโจทก์นายคำมูล ด้าวแจ้งจำเลย ป.อ. ม. 50, ม. 68, ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 185ผู้ตายสมคบกับสามีไปฉุดภรรยา ซึ่งเป็นบุตร์สาวจำเลย ดังนี้การที่สามีมีอำนาจที่จะฉุดภรรยาไปจากบิดานั้น หาทำให้ผู้ตายมีอำนาจฉุดด้วยไม่ ในกรณีเช่นนี้ บิดาของหญิงนั้น ย่อมมีสิทธิทำการป้องกันได้ ในกรณีที่
2โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้นเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิด ก็
3พิพากษายกฟ้องได้คดีได้ความว่า นายเทือง,และนายทิม สามีนางบุญมาบุตร์สาวจำเลย ซึ่งหย่าขาดจากกันแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนการหย่า ได้สมคบกันฉุดคร่านางบุญมาไป ทั้งนี้โดยนายเทืองและนายทิมมีอาวุธ ฉุดแขนนางบุญมาคนละข้าง จำเลยตามทัน จึงใช้อาวุธปืนยิงถูกนายเทองถึงแก่ความตาย อัยยการและนางริ้วมารดาผู้ตาย ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
4ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย สำหรับตัวนายพิมอาจมีข้อแก้ตัวทางอาญาในการฉุดคร่านางบุญมา เพราะนางบุญมาเป็นภรรยาของตน แต่นายเทืองผู้ตายจะอาศัยข้อแก้ตัวของนายทิมมาอ้างหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยต่อนายเทืองจึงเป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียง แต่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ
5พิพากษาแก้ให้ลดโทษเหลือจำคุก ๕ ปี อัยยการและนางริ้ว โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงเป็นยุตติกล่าวแล้ว ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตามกฎหมายสถานใดเพียงไรหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า นายเทืองผู้ตายบังอาจฉุดคร่าลูกสาวของจำเลย แม้จะมีนายทิมสามีนางบุญมาเข้าฉุดด้วยซึ่งหากว่า นายทิมจะไม่มีความผิดก็เป็นเรื่องฉะเพาะตัว ไม่ใช่สามีมีอำนาจทำแก่ภรรยาของตนได้ คนอื่นจะมีอำนาจทำแก่ภรรยาเขาได้ด้วยหาได้ไม่ โดยเหตุนี้จำเลยจึงมีสิทธิที่จะป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงของตนซึ่งสำหรับคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุแม้จำเลยมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็ย่อมมีอำนาจปล่อยตัวได้
6พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์(ชัยประชา-ธรรมบัณฑิต-นาถปรีชา)ศาลชั้นต้น - นายวิเชียร เสวตรุณท์ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์การณ์โกวิทย์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: คดีได้ความว่า นายเทือง,และนายทิม สามีนางบุญมาบุตร์สาวจำเลย ซึ่งหย่าขาดจากกันแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนการหย่า ได้สมคบกันฉุดคร่านางบุญมาไป ทั้งนี้โดยนายเทืองและนายทิมมีอาวุธ ฉุดแขนนางบุญมาคนละข้าง จำเลยตามทัน จึงใช้อาวุธปืนยิงถูกนายเทองถึงแก่ความตาย อัยยการและนางริ้วมารดาผู้ตาย ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
7ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย สำหรับตัวนายพิมอาจมีข้อแก้ตัวทางอาญาในการฉุดคร่านางบุญมา เพราะนางบุญมาเป็นภรรยาของตน แต่นายเทืองผู้ตายจะอาศัยข้อแก้ตัวของนายทิมมาอ้างหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยต่อนายเทืองจึงเป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียง แต่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ
8พิพากษาแก้ให้ลดโทษเหลือจำคุก ๕ ปี อัยยการและนางริ้ว โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงเป็นยุตติกล่าวแล้ว ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตามกฎหมายสถานใดเพียงไรหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า นายเทืองผู้ตายบังอาจฉุดคร่าลูกสาวของจำเลย แม้จะมีนายทิมสามีนางบุญมาเข้าฉุดด้วยซึ่งหากว่า นายทิมจะไม่มีความผิดก็เป็นเรื่องฉะเพาะตัว ไม่ใช่สามีมีอำนาจทำแก่ภรรยาของตนได้ คนอื่นจะมีอำนาจทำแก่ภรรยาเขาได้ด้วยหาได้ไม่ โดยเหตุนี้จำเลยจึงมีสิทธิที่จะป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงของตนซึ่งสำหรับคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุแม้จำเลยมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็ย่อมมีอำนาจปล่อยตัวได้
9พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์
(ชัยประชา - ธรรมบัณฑิต - นาถปรีชา)
ศาลชั้นต้น - นายวิเชียร เสวตรุณท์ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์การณ์โกวิทย์