คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2517 ย่อ (หลักกฎหมาย) ภรรยาซึ่งเป็นโรคจิตเภท โกรธสามีเนื่องจากสามีมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่นและคืนเกิดเหตุ ยากันยุงไหม้ผ้าห่มนวมที่ภรรยาห่มภรรยาเข้าใจว่าสามีจะเผาตน ได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงจนโรคจิตกำเริบถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ได้ด่าสามีในขณะนั้นว่า 'อ้ายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก' เมื่อบิดามารดาสามีเข้ามาห้าม ก็ด่าบิดาสามีว่า 'อ้ายไหหลำ มึงอย่ามายุ่งเกี่ยวด้วยเลย'และด่ามารดาสามีว่า 'อีแก่อย่ามายุ่งกับกู' ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทสามีและบุพการีของสามีอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้สามีฟ้องหย่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1500(2)โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลย ว่าจำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์ และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นโรคจิตเภท มีความคิดผิดปกติและระแวงเคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และปัจจุบันยังไม่หายเป็นปกติ ก็โดยมีเหตุกระทบกระเทือนใจ เนื่องจากโจทก์ไปมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น และในคืนเกิดเหตุ ยากันยุงได้ไหม้ผ้าห่มนวมที่จำเลยห่มนอนอยู่จำเลยเข้าใจว่าโจทก์เผา จำเลยจึงโกรธและด่าโจทก์ว่า อ้ายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก เมื่อบิดามารดาสามีมาห้าม ก็ด่าบิดาโจทก์ว่า อ้ายไหหลำ อย่ามายุ่ง และด่ามารดาโจทก์ว่า อีแก่อย่ามายุ่ง เช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาในขณะที่จำเลยได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงและโรคจิตของจำเลยกำลังกำเริบจนถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์หรือบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุตามกฎหมายที่จะให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันได้พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ คำพิพากษา 523/2517นายรักษา โภคาสถิตย์โจทก์นางอมรา โภคาสถิตย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1500 (2)ภรรยาซึ่งเป็นโรคจิตเภท โกรธสามีเนื่องจากสามีมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่นและคืนเกิดเหตุ ยากันยุงไหม้ผ้าห่มนวมที่ภรรยาห่มภรรยาเข้าใจว่าสามีจะเผาตน ได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงจนโรคจิตกำเริบถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ได้ด่าสามีในขณะนั้นว่า 'อ้ายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก' เมื่อบิดามารดาสามีเข้ามาห้าม ก็ด่าบิดาสามีว่า 'อ้ายไหหลำ มึงอย่ามายุ่งเกี่ยวด้วยเลย'และด่ามารดาสามีว่า 'อีแก่อย่ามายุ่งกับกู' ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทสามีและบุพการีของสามีอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้สามีฟ้องหย่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1500(2)โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลย ว่าจำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์ และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นโรคจิตเภท มีความคิดผิดปกติและระแวงเคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และปัจจุบันยังไม่หายเป็นปกติ ก็โดยมีเหตุกระทบกระเทือนใจ เนื่องจากโจทก์ไปมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น และในคืนเกิดเหตุ ยากันยุงได้ไหม้ผ้าห่มนวมที่จำเลยห่มนอนอยู่จำเลยเข้าใจว่าโจทก์เผา จำเลยจึงโกรธและด่าโจทก์ว่า อ้ายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก เมื่อบิดามารดาสามีมาห้าม ก็ด่าบิดาโจทก์ว่า อ้ายไหหลำ อย่ามายุ่ง และด่ามารดาโจทก์ว่า อีแก่อย่ามายุ่ง เช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาในขณะที่จำเลยได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงและโรคจิตของจำเลยกำลังกำเริบจนถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์หรือบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุตามกฎหมายที่จะให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันได้พิพากษายืน(ประพจน์ ถิระวัฒน์-สมคิด มงคลชาติ-ไพโรจน์ ไวกาสี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลย ว่าจำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์ และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นโรคจิตเภท มีความคิดผิดปกติและระแวงเคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และปัจจุบันยังไม่หายเป็นปกติ ก็โดยมีเหตุกระทบกระเทือนใจ เนื่องจากโจทก์ไปมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น และในคืนเกิดเหตุ ยากันยุงได้ไหม้ผ้าห่มนวมที่จำเลยห่มนอนอยู่จำเลยเข้าใจว่าโจทก์เผา จำเลยจึงโกรธและด่าโจทก์ว่า อ้ายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก เมื่อบิดามารดาสามีมาห้าม ก็ด่าบิดาโจทก์ว่า อ้ายไหหลำ อย่ามายุ่ง และด่ามารดาโจทก์ว่า อีแก่อย่ามายุ่ง เช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาในขณะที่จำเลยได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงและโรคจิตของจำเลยกำลังกำเริบจนถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์หรือบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุตามกฎหมายที่จะให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันได้พิพากษายืน องค์คณะ: ประพจน์ ถิระวัฒน์ - สมคิด มงคลชาติ - ไพโรจน์ ไวกาสี กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1500 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา