D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2489

ผล: แก้

อัยยการราชบุรีโจทก์ นายสนัด มลิพันธ์ กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 12, ม. 27

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ฟ้องโจทก์ว่า จำเลยใช้เครื่องมือผิดกฎหมายกระทำผิดมิได้ระบุเจาะจงไปเป็นสิ่วของกลางในคดีและไม่มีคำขอให้ริบทรัพย์ดังนี้ศาลสั่งริบสิ่วนั้นไม่ได้ เกินคำขอ ริบของกลางเป็นโทษทางอาญาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันใช้เครื่องมือที่มีไว้โดยผิดกฎหมาย งัดห้องใต้ถุนเรือน แล้วลักเอาทรัพย์ไปขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓,๒๙๔,๒๙๕ และมีคำขอท้ายฟ้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑,๓๔๘ บาทแก่เจ้าทรัพย์ด้วย ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษฉะเพาะนักโทษชาย มา จำเลย ส่วนสิ่วของกลางซึ่งศาลอุทธรณ์สั่งริบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์มิได้เจาะจงว่า ได้ใช้สิ่วของกลางในการกระทำผิด ทั้งไม่มีคำขอให้ริบทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ให้ริบสิ่วของกลางจึงเกินคำขอ ไม่ชอบด้วย ป.ม.วิ.อาญา ม.๑๙๒ และแม้จะไม่มีการคัดค้านในข้อนี้ แต่การลงโทษทางอาญาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

2พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ริบสิ่วของกลาง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2489อัยยการราชบุรีโจทก์นายสนัด มลิพันธ์ กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 12, ม. 27 ป.วิ.อ. ม. 192, ม. 195, ม. 225ฟ้องโจทก์ว่า จำเลยใช้เครื่องมือผิดกฎหมายกระทำผิดมิได้ระบุเจาะจงไปเป็นสิ่วของกลางในคดีและไม่มีคำขอให้ริบทรัพย์ดังนี้ศาลสั่งริบสิ่วนั้นไม่ได้ เกินคำขอ ริบของกลางเป็นโทษทางอาญาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันใช้เครื่องมือที่มีไว้โดยผิดกฎหมาย งัดห้องใต้ถุนเรือน แล้วลักเอาทรัพย์ไปขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓,๒๙๔,๒๙๕

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1และมีคำขอท้ายฟ้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑,๓๔๘ บาทแก่เจ้าทรัพย์ด้วย ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษฉะเพาะนักโทษชาย มา จำเลย ส่วนสิ่วของกลางซึ่งศาลอุทธรณ์สั่งริบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์มิได้เจาะจงว่า ได้ใช้สิ่วของกลางในการกระทำผิด ทั้งไม่มีคำขอให้ริบทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ให้ริบสิ่วของกลางจึงเกินคำขอ ไม่ชอบด้วย ป.ม.วิ.อาญา ม.๑๙๒ และแม้จะไม่มีการคัดค้านในข้อนี้ แต่การลงโทษทางอาญาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

2พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ริบสิ่วของกลาง(ชัยประชา-ธรรมบัณฑิต-นาถปรีชา)ศาลชั้นต้น - นายศิริ รัสมิทัตศาลอุทธรณ์ - พระทิพเบญญาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันใช้เครื่องมือที่มีไว้โดยผิดกฎหมาย งัดห้องใต้ถุนเรือน แล้วลักเอาทรัพย์ไปขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓,๒๙๔,๒๙๕ และมีคำขอท้ายฟ้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑,๓๔๘ บาทแก่เจ้าทรัพย์ด้วย ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษฉะเพาะนักโทษชาย มา จำเลย ส่วนสิ่วของกลางซึ่งศาลอุทธรณ์สั่งริบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์มิได้เจาะจงว่า ได้ใช้สิ่วของกลางในการกระทำผิด ทั้งไม่มีคำขอให้ริบทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ให้ริบสิ่วของกลางจึงเกินคำขอ ไม่ชอบด้วย ป.ม.วิ.อาญา ม.๑๙๒ และแม้จะไม่มีการคัดค้านในข้อนี้ แต่การลงโทษทางอาญาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

3พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ริบสิ่วของกลาง

(ชัยประชา - ธรรมบัณฑิต - นาถปรีชา)

ศาลชั้นต้น - นายศิริ รัสมิทัตศาลอุทธรณ์ - พระทิพเบญญา