1นายตรวจฝิ่นสมคบกับบุคคลอื่นมีฝิ่นเถื่อนไว้จำหน่ายไม่มีความผิดฐานช่วยให้พ้นอาญาตาม ม.142 นายร้อยตำรวจเป็นผู้จับผู้ต้องหานั้น ทำการสอบสวนผู้ต้องหานั้นเองได้ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันมีฝิ่นเถื่อนไว้จำหน่ายเป็นจำนวน ๒๔๘ ตำลึงและจำเลยที่ ๒ รับราชการเป็นนายตรวจฝิ่นประจำแผนกสรรพสามิตต์มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่นด้วย ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๓ คน ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น กำหนดคนละ ๒ ปีปรับ ๑๕,๕๕๒ บาท และจำเลยที่ ๒ มีผิดตามกฎหมายอาญา ม.๑๔๒ อีกกะทงหนึ่งให้จำคุกอีก ๒ ปี ศาลฎีกาตัดสินตามศาลอุทธรณ์ว่า แม้จำเลยที่ ๒ จะมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่นก็ดี ก็จะปรับเอาผิดตาม ม.๑๔๒ ฐานใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจจริตไม่ได้เพราะจำเลยที่ ๒ เป็นตัวการสมคบกับพวกมีฝิ่นเถื่อนเพื่อจำหน่ายเสียเองแล้ว ก็มิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือจำเลยคนอื่นกระทำผิดหรือช่วยเหลือให้พ้นอาญาได้ ม.๑๔๒ เป็นเรื่องเจ้าพนักงานช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับอาญา หาใช่เอาผิดแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำผิดเสียเองไม่ ส่วนข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าการสอบสวนเป็นโมฆะ เพราะผู้จับกุมเป็นผู้สอบสวนเองนั้น เห็นว่าไม่มีบทกำหมายที่ห้ามมิให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนอีกด้วย หากผู้สอบสวนนั้นมีอำนาจสอบสวนได้ตามกฎหมายแล้ว ตรงกันข้ามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๓๖ ยังสนับสนุนด้วย จึงพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๓ ตาม พ.ร.บ.ฝิ่นตามศาลชั้นต้นกระทงเดียว ฎีกาของโจทก์จำเลยให้ยก ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2481อัยยการเชียงใหม่โจทก์นายยมนาชิงที่ 1 (บังคับอังกฤษ) ประเสริฐอิทธิวัฒนะที่ 2 นายอ๊อด อาตมผดุงที่3จำเลย ป.อ. ม. 142 พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 ม. 53 ป.วิ.อ. ม. 132นายตรวจฝิ่นสมคบกับบุคคลอื่นมีฝิ่นเถื่อนไว้จำหน่ายไม่มีความผิดฐานช่วยให้พ้นอาญาตาม
1ม.142 นายร้อยตำรวจเป็นผู้จับผู้ต้องหานั้น ทำการสอบสวนผู้ต้องหานั้นเองได้ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันมีฝิ่นเถื่อนไว้จำหน่ายเป็นจำนวน ๒๔๘ ตำลึงและจำเลยที่ ๒ รับราชการเป็นนายตรวจฝิ่นประจำแผนกสรรพสามิตต์มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่นด้วย ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๓ คน ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น กำหนดคนละ ๒ ปีปรับ ๑๕,๕๕๒ บาท และจำเลยที่ ๒ มีผิดตามกฎหมายอาญา ม.๑๔๒ อีกกะทงหนึ่งให้จำคุกอีก ๒ ปี ศาลฎีกาตัดสินตามศาลอุทธรณ์ว่า แม้จำเลยที่ ๒ จะมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่นก็ดี ก็จะปรับเอาผิดตาม ม.๑๔๒ ฐานใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจจริตไม่ได้เพราะจำเลยที่ ๒ เป็นตัวการสมคบกับพวกมีฝิ่นเถื่อนเพื่อจำหน่ายเสียเองแล้ว ก็มิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือจำเลยคนอื่นกระทำผิดหรือช่วยเหลือให้พ้นอาญาได้ ม.๑๔๒ เป็นเรื่องเจ้าพนักงานช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับอาญา หาใช่เอาผิดแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำผิดเสียเองไม่ ส่วนข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าการสอบสวนเป็นโมฆะ เพราะผู้จับกุมเป็นผู้สอบสวนเองนั้น เห็นว่าไม่มีบทกำหมายที่ห้ามมิให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนอีกด้วย หากผู้สอบสวนนั้นมีอำนาจสอบสวนได้ตามกฎหมายแล้ว ตรงกันข้ามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๓๖ ยังสนับสนุนด้วย จึงพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๓ ตาม พ.ร.บ.ฝิ่นตามศาลชั้นต้นกระทงเดียว ฎีกาของโจทก์จำเลยให้ยก(เทฟโนต์-นิติศาสตร์-พลางกูร)ศาลชั้นต้น - หลวงสารกฤตประไพศาลอุทธรณ์ - พระยาธรรมบัณฑิตฯแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันมีฝิ่นเถื่อนไว้จำหน่ายเป็นจำนวน ๒๔๘ ตำลึงและจำเลยที่ ๒ รับราชการเป็นนายตรวจฝิ่นประจำแผนกสรรพสามิตต์มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่นด้วย ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๓ คน ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น กำหนดคนละ ๒ ปีปรับ ๑๕,๕๕๒ บาท และจำเลยที่ ๒ มีผิดตามกฎหมายอาญา ม.๑๔๒ อีกกะทงหนึ่งให้จำคุกอีก ๒ ปี ศาลฎีกาตัดสินตามศาลอุทธรณ์ว่า แม้จำเลยที่ ๒ จะมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่นก็ดี ก็จะปรับเอาผิดตาม ม.๑๔๒ ฐานใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจจริตไม่ได้เพราะจำเลยที่ ๒ เป็นตัวการสมคบกับพวกมีฝิ่นเถื่อนเพื่อจำหน่ายเสียเองแล้ว ก็มิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือจำเลยคนอื่นกระทำผิดหรือช่วยเหลือให้พ้นอาญาได้ ม.๑๔๒ เป็นเรื่องเจ้าพนักงานช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับอาญา หาใช่เอาผิดแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำผิดเสียเองไม่ ส่วนข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าการสอบสวนเป็นโมฆะ เพราะผู้จับกุมเป็นผู้สอบสวนเองนั้น เห็นว่าไม่มีบทกำหมายที่ห้ามมิให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนอีกด้วย หากผู้สอบสวนนั้นมีอำนาจสอบสวนได้ตามกฎหมายแล้ว ตรงกันข้ามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๓๖ ยังสนับสนุนด้วย จึงพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๓ ตาม พ.ร.บ.ฝิ่นตามศาลชั้นต้นกระทงเดียว ฎีกาของโจทก์จำเลยให้ยก