ย่อ / หลักกฎหมาย
1จำเลยให้การว่าลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยเป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว นอกจากนั้นยังเป็นการอ้างว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์หรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายเป็นของจำเลยแต่จำเลยไม่ได้รู้เห็นในการเขียนข้อความในหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว เท่ากับหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ดังฟ้อง กรณีจึงไม่เป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นที่ให้การ
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 701 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
2จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 701 ดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้โจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทั้งหมด กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
3จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
4โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้
5ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้จะขายในหนังสือสัญญาจะซื้อขาย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2547 จำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองกุงศรีว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ของจำเลยหายไป จากนั้นไปดำเนินการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินที่หายไป สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขาหนองกุงศรี ออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ให้ ต่อมาปรากฏว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ของจำเลยอยู่ในความครอบครองของโจทก์
6คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 กันหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 ตามที่โจทก์ฟ้อง ที่
7โจทก์ฎีกาในปัญหาอีกข้อหนึ่งว่า การที่ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขาย และหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมทั้งฉบับ แต่กลับมานำสืบว่า จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือสัญญาจะซื้อขายจริง แต่ขณะลงลายมือชื่อยังไม่มีการกรอกข้อความใด ๆ เป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไม่อาจรับฟังได้นั้น เห็นว่า
8จำเลยให้การว่าลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยเป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว นอกจากนั้นยังเป็นการอ้างว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์หรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายเป็นของจำเลยแต่จำเลยไม่ได้รู้เห็นในการเขียนข้อความในหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว เท่ากับหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ดังฟ้อง กรณีจึงไม่เป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นที่ให้การ ที่
9ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
10พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลย 4,000 บาท
(วรพจน์ วิไลชนม์ - วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ - ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา)
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นางสาวกานดา สิริฤทธิภักดีศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายทัศน์พงษ์ เหล่ารักวงศ์