D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550

ผล: ยกฎีกา แพ่ง ถูกอ้าง 1 ฉบับ
รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากจำเลยติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนด คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย และศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของจำเลยที่ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

2จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง เมื่อ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวออกไปอีก เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้

3จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงสุดแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินของศาลอุทธรณ์ต่อไปอีก

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1คดีสืบเนื่องมาจาก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดเครื่องจักรตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสี่ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 70,000 บาท

2จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า

3จำเลยทั้งสี่ไม่เป็นคนยากจนจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ถ้าจำเลยทั้งสี่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2546

4จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หาก

5จำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสี่ฟังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 วันที่ 24 พฤษภาคม 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่า เงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 412,000 บาท จำเลยทั้งสี่มีฐานะยากจนมิได้ประกอบอาชีพใด ได้พยายามติดต่อขอยืมเงินจากบุคคลอื่นแล้วแต่ยังไม่ได้ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2547 วันที่ 10 มิถุนายน 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน โดยอ้างว่ายังได้เงินไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2547

6จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอีกว่ายังหาเงินได้ไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมเป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ตามคำร้องของจำเลยทั้งสี่ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2547 และเหตุที่จำเลยทั้งสี่อ้างในคำร้องฉบับนี้เหมือนกับเหตุที่อ้างในครั้งก่อนๆ กรณีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอีก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ เมื่อครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

7จำเลยทั้งสี่มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่

8จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

9ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่ฎีกา

10ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ จำเลยทั้งสี่ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่ควรขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่นั้น เห็นว่า เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้

11จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หาก

12จำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่

13จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ออกไปอีก เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องสำหรับคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมครั้งหลังสุดแล้ว

14จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งต่อมา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นเพราะเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่ออกไปอีก ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีกดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้

15จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อไปได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสี่มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โดยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์บริษัทไชยงามดี จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 156 วรรคท้าย (เดิม)ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้

16จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากจำเลยติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนด คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย และศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของจำเลยที่ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

17จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง เมื่อ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวออกไปอีก เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้

18จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงสุดแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินของศาลอุทธรณ์ต่อไปอีกคดีสืบเนื่องมาจาก

19ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดเครื่องจักรตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสี่ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 70,000 บาท

20จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า

21จำเลยทั้งสี่ไม่เป็นคนยากจนจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ถ้าจำเลยทั้งสี่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2546

22จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หาก

23จำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสี่ฟังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 วันที่ 24 พฤษภาคม 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่า เงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 412,000 บาท จำเลยทั้งสี่มีฐานะยากจนมิได้ประกอบอาชีพใด ได้พยายามติดต่อขอยืมเงินจากบุคคลอื่นแล้วแต่ยังไม่ได้ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2547 วันที่ 10 มิถุนายน 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน โดยอ้างว่ายังได้เงินไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2547

24จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอีกว่ายังหาเงินได้ไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมเป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ตามคำร้องของจำเลยทั้งสี่ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2547 และเหตุที่จำเลยทั้งสี่อ้างในคำร้องฉบับนี้เหมือนกับเหตุที่อ้างในครั้งก่อนๆ กรณีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอีก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ เมื่อครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

25จำเลยทั้งสี่มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่

26จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

27ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่ฎีกา

28ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ จำเลยทั้งสี่ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่ควรขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่นั้น เห็นว่า เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้

29จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หาก

30จำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่

31จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ออกไปอีก เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องสำหรับคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมครั้งหลังสุดแล้ว

32จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งต่อมา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นเพราะเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่ออกไปอีก ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีกดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้

33จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อไปได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสี่มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ(บุญส่ง น้อยโสภณ-ชวลิต ตุลยสิงห์-สิทธิชัย พรหมศร)แหล่งที่มาสำนักวิชาการแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุ1. ปกติการขอขยายระยะเวลาต่างๆ ในชั้นพิจารณาของศาลนั้น ศาลมีอำนาจที่จะสั่งขยายระยะเวลาได้ และเมื่อศาลสั่งไปแล้ว หากคำสั่งนั้นมิใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 แล้ว คู่ความย่อมมีสิทธิยื่นอุทธรณ์และฎีกาคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาได้ ตามมาตรา 223, 247 เว้นแต่จะเป็นกรณีต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 224, 248 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2548 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก อ้างว่าหาเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องมาวางศาลไม่ทันและเพิ่งให้ทนายความทำคำฟ้องอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้ออ้างตามคำร้องมิใช่กรณีมีพฤติการณ์พิเศษที่จะอ้างได้ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้อง

34จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยเสียค่าใช้จ่ายและค่าฤชาธรรมเนียมตลอดมา ต้องรับผิดชอบค่าเล่าเรียนบุตร ทั้งสามีจำเลยก็มีหนี้สินมาก ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์สูง การที่ศาลวินิจฉัยว่าเหตุที่จำเลยอ้างมิใช่พฤติการณ์พิเศษ จึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยแม้จะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้นซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของคดีที่คู่ความพิพาทกัน ก็ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวเช่นกัน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4986/2546 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีที่อ้างไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ยกคำร้อง

35ศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับจำเลยตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การ

36ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอขยายระยะเวลาของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป แล้วพิจารณาและพิพากษาใหม่

37โจทก์ฎีกา เมื่อคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การของจำเลยถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษอันจะพึงขยายระยะเวลายื่นคำให้การให้จำเลยได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่อ้างมาในคำร้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยและมีคำสั่งได้แล้วเช่นนี้ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจทำคำสั่งไปได้โดยไม่จำเป็นต้องส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และไต่สวนคำร้องก่อน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4884/2546 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์

38จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา เมื่อคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยจึงชอบแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2545 ศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาเสร็จ ส่งคำพิพากษาไปให้ศาลชั้นต้นอ่านโดยมีรายงานกระบวนพิจารณาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาท และให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลในศาลล่างทั้งสองให้ครบก่อน ศาลชั้นต้นให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลดังกล่าวและอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลาชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มรวม 2 ครั้ง โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาครั้งที่ 3 ศาลชั้นต้นยกคำร้องและให้ส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์เพื่อดำเนินการต่อไป

39โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงิน ศาลอุทธรณ์

40พิพากษายืน โจทก์ฎีกา เมื่อการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียมศาลครั้งที่ 3 เป็นการยื่นเกินกำหนด ส่วนการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องฉบับที่ 2 ว่าอนุญาตอีกเพียงครั้งเดียวหาเป็นการจำกัดสิทธิของโจทก์เพราะการอนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียม ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจตามที่เห็นสมควรว่าจะอนุญาตกี่ครั้งหรือเป็นเวลานานเพียงใดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8979/2549

41จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ไม่ยอมสาบานตนภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนและยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน หลังจากนั้นจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีก 3 ครั้ง ครั้งสุดท้าย ขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

42จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์อ้างว่าจำเลยไม่วางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229

43จำเลยฎีกา เมื่อพฤติการณ์ที่จำเลยอ้างถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายของ ป.วิ.พ. มาตรา 23 ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมให้ได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6921/2543 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ แต่จำเลยมิได้ดำเนินการในกำหนด หลังจากนั้นจำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นยกคำร้อง และสั่งไม่รับอุทธรณ์

44จำเลยอุทธรณ์ขออนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ และรับอุทธรณ์ของจำเลยด้วย ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเพราะยื่นอุทธรณ์คำสั่งเกินกำหนดเวลา 15 วันตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 ให้ยกคำร้อง

45จำเลยฎีกา เมื่อคำร้องของจำเลยในศาลชั้นต้นเป็นเรื่องการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ตามมาตรา 23 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยย่อมเป็นผลสืบเนื่องมาจากการยกคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าว การอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ จำเลยชอบที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่จำเลยทราบคำสั่งศาลชั้นต้นอันเป็นกรณีตามมาตรา 229 จึงมิใช่กรณีอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 234 ศาลอุทธรณ์จึงต้องวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยว่า สามารถขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้จำเลยหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวไปเสียเอง และเหตุที่จำเลยอ้างยื่นคำร้องดังกล่าวหลังจากระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดได้สิ้นไปแล้ว มิใช่พฤติการณ์พิเศษและมิใช่เหตุสุดวิสัยที่จะขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ตามมาตรา 23 2. กรณีขอดำเนินคดีอนาถา ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต และ

46ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน หากผู้ขอขยายระยะเวลาการวางเงิน หากศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและ

47ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ผู้ขออนาถาจะยื่นฎีกาได้หรือไม่ ก. แนวที่ 1 ผู้ขออนาถายื่นฎีกาไม่ได้ โดยถือว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ผู้ขอดำเนินคดีอนาถาที่ถึงที่สุดแล้ว ดังจะเห็นได้จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550 นี้ ซึ่งเดินตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2538, 6920/2543, 1835/2546 และ 459/2549 นอกจากนี้หลักในข้อนี้ศาลฎีกาก็นำไปใช้กับเรื่องการขอทุเลาการบังคับตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 ด้วย ดังจะเห็นจากคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไปนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5876/2534 คำสั่งของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์นั้น เป็นคำสั่งต่อเนื่องกับการทุเลาการบังคับ ซึ่งเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 เมื่อ

48ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามขยายระยะเวลาวางเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

49จำเลยทั้งสามจึงฎีกาคำพิพากษานั้นของศาลอุทธรณ์ไม่ได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5621/2548

50ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทกับให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์

51จำเลยอุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับโดยให้จำเลยวางเงินประกันค่าเสียหายภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่จำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินศาลชั้นต้นไม่อนุญาต

52จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดังนี้ คดีที่จำเลยขอทุเลาการบังคับอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การขอขยายระยะเวลาวางหลักประกันเป็นเรื่องต่อเนื่องกับคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่สั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับของจำเลยซึ่งเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลา จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา ข. แนวที่ 2 ผู้ขอยื่นฎีกาได้ทำนองเดียวกับในข้อ 1 ดังจะเห็นได้จากคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไปนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3470/2526

53จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นยกคำขอ ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าวภายใน 15 วัน จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและกำหนดเวลาให้จำเลยทั้งสองเสียค่าธรรมเนียม จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ศาลชั้นต้นยกคำร้องว่าไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จำเลยจะขอขยายเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23

54จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา เมื่อเหตุตามคำร้องของจำเลยถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ที่จะให้ศาลสั่งขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมให้จำเลยทั้งสองได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9714/2544 จำเลยยื่นคำร้องขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

55จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระ และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมและค่าทนายความที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นอนุญาตต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวออกไปอีก 15 วัน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต

56จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา เมื่อนับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยได้ขอขยายระยะเวลา รวมเป็นเวลาถึง 1 ปีเศษ นับว่าจำเลยทั้งสองมีเวลานานเพียงพอแล้ว กรณียังไม่อาจถือว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวตามคำร้องของจำเลยทั้งสอง 3. กรณีที่ขอขยายระยะเวลาไม่ได้ เนื่องจากต้องห้ามตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3310/2549 จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของ ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า และศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามบทบัญญัติดังกล่าวให้จำเลยนำเงินจำนวน 50,000 บาท มาวางเป็นประกันค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อทรัพย์ภายใน 15 วัน แต่จำเลยเพิกเฉยและยื่นคำแถลงขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินประกันและมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลย คำสั่งศาลชั้นต้นย่อมเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าว ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา 223 ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 มาเป็นการไม่ชอบและไม่ก่อสิทธิแก่จำเลยที่ 2 ในการที่จะฎีกาต่อมาอีก หมายเหตุ คำสั่งศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า ศาลอาจขยายเวลาได้แต่หากไม่ขยาย จำเลยต้องวางเงินตามคำสั่ง หากไม่วาง ศาลยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดได้ คำสั่งที่ให้ยกคำร้องนี้เป็นที่สุด คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินประกันอีกต่อไป จำเลยที่ 2 น่าจะอุทธรณ์เพื่อขอขยายเวลาไม่ได้ มาตรา 288 วรรคสอง (1) บัญญัติทำนองเดียวกันกับ ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า ทวี ประจวบลาภคำพิพากษา: คดีสืบเนื่องมาจาก

57ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดเครื่องจักรตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสี่ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 70,000 บาท

58จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า

59จำเลยทั้งสี่ไม่เป็นคนยากจนจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ถ้าจำเลยทั้งสี่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2546

60จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หาก

61จำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสี่ฟังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 วันที่ 24 พฤษภาคม 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่า เงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 412,000 บาท จำเลยทั้งสี่มีฐานะยากจนมิได้ประกอบอาชีพใด ได้พยายามติดต่อขอยืมเงินจากบุคคลอื่นแล้วแต่ยังไม่ได้ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2547 วันที่ 10 มิถุนายน 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน โดยอ้างว่ายังได้เงินไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2547

62จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอีกว่ายังหาเงินได้ไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมเป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ตามคำร้องของจำเลยทั้งสี่ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2547 และเหตุที่จำเลยทั้งสี่อ้างในคำร้องฉบับนี้เหมือนกับเหตุที่อ้างในครั้งก่อนๆ กรณีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอีก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ เมื่อครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

63จำเลยทั้งสี่มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่

64จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

65ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่ฎีกา

66ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ จำเลยทั้งสี่ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่ควรขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่นั้น เห็นว่า เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้

67จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หาก

68จำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่

69จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ออกไปอีก เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องสำหรับคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมครั้งหลังสุดแล้ว

70จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งต่อมา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นเพราะเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่ออกไปอีก ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีกดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้

71จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อไปได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสี่มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โดยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์บริษัทไชยงามดี จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 156 วรรคท้าย (เดิม)ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้

72จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากจำเลยติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนด คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย และศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของจำเลยที่ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

73จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง เมื่อ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวออกไปอีก เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้

74จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงสุดแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินของศาลอุทธรณ์ต่อไปอีกคดีสืบเนื่องมาจาก

75ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดเครื่องจักรตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสี่ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 70,000 บาท

76จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า

77จำเลยทั้งสี่ไม่เป็นคนยากจนจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ถ้าจำเลยทั้งสี่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2546

78จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หาก

79จำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสี่ฟังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 วันที่ 24 พฤษภาคม 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่า เงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 412,000 บาท จำเลยทั้งสี่มีฐานะยากจนมิได้ประกอบอาชีพใด ได้พยายามติดต่อขอยืมเงินจากบุคคลอื่นแล้วแต่ยังไม่ได้ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2547 วันที่ 10 มิถุนายน 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน โดยอ้างว่ายังได้เงินไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2547

80จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอีกว่ายังหาเงินได้ไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมเป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ตามคำร้องของจำเลยทั้งสี่ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2547 และเหตุที่จำเลยทั้งสี่อ้างในคำร้องฉบับนี้เหมือนกับเหตุที่อ้างในครั้งก่อนๆ กรณีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอีก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ เมื่อครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

81จำเลยทั้งสี่มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่

82จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

83ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่ฎีกา

84ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ จำเลยทั้งสี่ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่ควรขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่นั้น เห็นว่า เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้

85จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หาก

86จำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่

87จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ออกไปอีก เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องสำหรับคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมครั้งหลังสุดแล้ว

88จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งต่อมา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นเพราะเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่ออกไปอีก ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีกดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้

89จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อไปได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสี่มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

(บุญส่ง น้อยโสภณ - ชวลิต ตุลยสิงห์ - สิทธิชัย พรหมศร)