คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2522 ย่อ (หลักกฎหมาย) ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลขอคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบ ศาลสั่งยกคำร้อง เพราะผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันที่ขอคืน คดีถึงที่สุด การที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวในคดีนี้อีกโดยอ้างว่ารถยนต์เป็นของผู้ร้องนั้น จึงเป็นการรื้อร้องกันในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15คดีนี้สืบเนื่องมาจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 720/2521 ของศาลชั้นต้นระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายกลม ฉิมพลี กับพวก จำเลยเรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ศาลพิพากษาปรับจำเลยและริบรถยนต์ของกลางนายทองคำโดยนางอุดมภรณ์ผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบ โดยอ้างว่าเป็นของผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดทางพิจารณาได้ความว่ารถยนต์คันที่ขอคืนเป็นของนางอุดมภรณ์ผู้รับมอบอำนาจ นายทองคำจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องนายทองคำยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางนั้นอีกอ้างว่ารถยนต์เป็นของผู้ร้องให้นางอุดมภรณ์เช่าซื้อไป ระหว่างเช่าซื้อจำเลยกับพวกเช่านางอุดมภรณ์ไปบรรทุกหินลูกรังจนเกิดเหตุคดีนี้ขึ้น ผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือร่วมในการกระทำผิดด้วยศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการยื่นคำร้องซ้ำกับคำร้องฉบับแรก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) จึงให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความในใบมอบฉันทะก็ดี ใบแต่งทนายก็ดีล้วนระบุว่านายทองคำเป็นผู้ร้อง ฉะนั้น นายทองคำจึงเป็นคู่ความในคดีดังกล่าว เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุดไปแล้วโดยศาลวินิจฉัยว่านายทองคำไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันที่ขอคืน การที่นายทองคำมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวในคดีนี้อีก จึงเป็นการรื้อร้องกันในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2522พนักงานอัยการจังหวัดหนองคายโจทก์นายทองคำ อุ่นจิตรผู้ร้องนายกลม ฉิมพลี กับพวกจำเลยจำเลย นายกลม ฉิมพลี กับพวกผู้ร้อง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 74 ทวิ ป.อ. ม. 36 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 39 (4) ป.วิ.พ. ม. 148 คำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลขอคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบ ศาลสั่งยกคำร้อง เพราะผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันที่ขอคืน คดีถึงที่สุด การที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวในคดีนี้อีกโดยอ้างว่ารถยนต์เป็นของผู้ร้องนั้น จึงเป็นการรื้อร้องกันในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15คดีนี้สืบเนื่องมาจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 720/2521 ของศาลชั้นต้นระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายกลม ฉิมพลี กับพวก จำเลยเรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ศาลพิพากษาปรับจำเลยและริบรถยนต์ของกลางนายทองคำโดยนางอุดมภรณ์ผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบ โดยอ้างว่าเป็นของผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดทางพิจารณาได้ความว่ารถยนต์คันที่ขอคืนเป็นของนางอุดมภรณ์ผู้รับมอบอำนาจ นายทองคำจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องนายทองคำยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางนั้นอีกอ้างว่ารถยนต์เป็นของผู้ร้องให้นางอุดมภรณ์เช่าซื้อไป ระหว่างเช่าซื้อจำเลยกับพวกเช่านางอุดมภรณ์ไปบรรทุกหินลูกรังจนเกิดเหตุคดีนี้ขึ้น ผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือร่วมในการกระทำผิดด้วยศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการยื่นคำร้องซ้ำกับคำร้องฉบับแรก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) จึงให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความในใบมอบฉันทะก็ดี ใบแต่งทนายก็ดีล้วนระบุว่านายทองคำเป็นผู้ร้อง ฉะนั้น นายทองคำจึงเป็นคู่ความในคดีดังกล่าว เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุดไปแล้วโดยศาลวินิจฉัยว่านายทองคำไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันที่ขอคืน การที่นายทองคำมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวในคดีนี้อีก จึงเป็นการรื้อร้องกันในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15พิพากษายืน(สีห์ คลายนสูตร-ภิญโญ ธีรนิติ-ภักดิ์ บุณย์ภักดี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: คดีนี้สืบเนื่องมาจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 720/2521 ของศาลชั้นต้นระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายกลม ฉิมพลี กับพวก จำเลยเรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ศาลพิพากษาปรับจำเลยและริบรถยนต์ของกลางนายทองคำโดยนางอุดมภรณ์ผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบ โดยอ้างว่าเป็นของผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดทางพิจารณาได้ความว่ารถยนต์คันที่ขอคืนเป็นของนางอุดมภรณ์ผู้รับมอบอำนาจ นายทองคำจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องนายทองคำยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางนั้นอีกอ้างว่ารถยนต์เป็นของผู้ร้องให้นางอุดมภรณ์เช่าซื้อไป ระหว่างเช่าซื้อจำเลยกับพวกเช่านางอุดมภรณ์ไปบรรทุกหินลูกรังจนเกิดเหตุคดีนี้ขึ้น ผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือร่วมในการกระทำผิดด้วยศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการยื่นคำร้องซ้ำกับคำร้องฉบับแรก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) จึงให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความในใบมอบฉันทะก็ดี ใบแต่งทนายก็ดีล้วนระบุว่านายทองคำเป็นผู้ร้อง ฉะนั้น นายทองคำจึงเป็นคู่ความในคดีดังกล่าว เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุดไปแล้วโดยศาลวินิจฉัยว่านายทองคำไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันที่ขอคืน การที่นายทองคำมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวในคดีนี้อีก จึงเป็นการรื้อร้องกันในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15พิพากษายืน องค์คณะ: สีห์ คลายนสูตร - ภิญโญ ธีรนิติ - ภักดิ์ บุณย์ภักดี กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. มาตรา 148, ป.วิ.อ. มาตรา 15, ป.วิ.อ. มาตรา 39 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา