คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 447/2538

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็น การที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า คดีของจำเลยศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษ จำคุกจำเลย 15 เดือน และศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำพิพากษา แก้เป็นพิพากษาลงโทษจำคุก 5 เดือนเป็นการแก้ไขมาก จึงไม่ต้อง ห้ามฎีกา และฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายถึงแม้จะเป็น ปัญหาข้อเท็จจริง แต่ก็เป็นปัญหาที่สำคัญที่จะต้องนำไปพิจารณา เป็นหลักในการวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายในคดีที่ศาลฎีกาควรจะ รับไว้พิจารณากลั่นกรองอีกครั้งหนึ่งโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 43)

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27,27 ทวิ, พระราชบัญญัติ ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 6 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2499 มาตรา 4 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 4,6,11,22,23 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 3,4,5,10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33,91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงความผิดกระทงแรกฐานนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือผ่านพิธีการ ศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรจำคุก 1 ปี กระทงที่สองฐานมี เครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน กระทงที่สามฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดย ไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน กระทงที่สี่ฐานตั้งสถานีวิทยุ คมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 18 เดือน

3จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 เดือน ริบของกลางเพื่อไว้ใช้ในราชการ กรมไปรษณีย์โทรเลข โดยให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษ ของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 258/2537 ของศาลนี้ ส่วนข้อหาช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ๆ ซึ่งของอันควรรู้ว่าเป็น ของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ให้ยกฟ้องเสีย

4ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลยฐานนำหรือพาของยังมิได้เสียภาษีหรือผ่านพิธีการ ศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร จำคุก 4 เดือน ฐานมี เครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน ฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน และฐานตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน รวมลงโทษจำคุก 10 เดือน

5จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น

6จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 30) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่ง ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย 4 กระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 6 เดือน,3 เดือน,3 เดือน และ 3 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 15 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แก้อัตราโทษเป็นให้จำคุก 2 เดือน,1 เดือน และ 1 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 5 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งที่จำเลยในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษ จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ไม่ถูกต้องนั้น เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี เพราะ

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องขอให้ ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยชัดแจ้งแล้ว

2จำเลยให้การรับสารภาพ และมิได้ยกปัญหานี้ ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงต้องห้ามมิให้ ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคหนึ่งประกอบด้วย มาตรา 225 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

(เสริม บุญทรงสันติกุล - อุระ หวังอ้อมกลาง - ปราโมทย์ ชพานนท์)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 195, ป.วิ.อ. มาตรา 225, ป.วิ.อ. มาตรา 218, พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ, พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 6, พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3, พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2499 มาตรา 4, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 4, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 11, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 22, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 23, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 3, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 4, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 5, พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 10, ป.อ. มาตรา 32, ป.อ. มาตรา 33, ป.อ. มาตรา 91, พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ