D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2506

ผล: ยืน อาญา ถูกอ้าง 3 ฉบับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1เมื่อจำเลยต้องการให้อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221จำเลยก็ควรขอร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการโดยตนเอง ศาลไม่มีหน้าที่ส่งฎีกาของจำเลยไปให้รับรอง

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 อีก 1 ใน 3 เป็นจำคุก 4 ปี

3จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งฎีกาไปให้อธิบดีกรมอัยการตรวจรับรองให้ฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการยื่นฎีกา ถึงแม้ศาลจะปฏิบัติตามคำร้องของจำเลย ก็ไม่มีทางที่อธิบดีกรมอัยการจะรับรองฎีกาของจำเลยได้ทันจึงให้ยกคำร้อง

4จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยจะขอให้อธิบดีกรมอัยการรับรองนั้น เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องดำเนินการเองศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่จัดส่งคำร้องให้

5พิพากษายืนในผล จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นส่งฎีกาตรงไปยังอธิบดีกรมอัยการเพื่อรับรองได้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า

6จำเลยฎีกาไม่เข้ามาตรา 217 ถึง221 ไม่รับฎีกาจำเลยยื่นฎีกาอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกาเห็นว่า

7จำเลยฎีกาได้ให้รับฎีกาศาลชั้นต้นจึงสั่งรับและส่งสำนวนมายังศาลฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, 219, 220 นั้น เมื่อจำเลยยื่นฎีกาตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 221 มิได้บัญญัติให้ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งฎีกาของจำเลยไปให้อธิบดีกรมอัยการรับรองการรับรองฎีกาย่อมเป็นประโยชน์แก่จำเลยเอง จำเลยก็น่าจะขวนขวายขอร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการโดยตนเอง

8พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1656/2506อัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลกโจทก์นายใจ เจนมาก ที่ 1 นายนาต เลื่อนชิต ที่ 2จำเลย ป.อ. ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 221เมื่อจำเลยต้องการให้อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221จำเลยก็ควรขอร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการโดยตนเอง ศาลไม่มีหน้าที่ส่งฎีกาของจำเลยไปให้รับรอง

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 อีก 1 ใน 3 เป็นจำคุก 4 ปี

3จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งฎีกาไปให้อธิบดีกรมอัยการตรวจรับรองให้ฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการยื่นฎีกา ถึงแม้ศาลจะปฏิบัติตามคำร้องของจำเลย ก็ไม่มีทางที่อธิบดีกรมอัยการจะรับรองฎีกาของจำเลยได้ทันจึงให้ยกคำร้อง

4จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยจะขอให้อธิบดีกรมอัยการรับรองนั้น เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องดำเนินการเองศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่จัดส่งคำร้องให้

5พิพากษายืนในผล จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นส่งฎีกาตรงไปยังอธิบดีกรมอัยการเพื่อรับรองได้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า

6จำเลยฎีกาไม่เข้ามาตรา 217 ถึง221 ไม่รับฎีกาจำเลยยื่นฎีกาอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกาเห็นว่า

7จำเลยฎีกาได้ให้รับฎีกาศาลชั้นต้นจึงสั่งรับและส่งสำนวนมายังศาลฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, 219, 220 นั้น เมื่อจำเลยยื่นฎีกาตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 221 มิได้บัญญัติให้ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งฎีกาของจำเลยไปให้อธิบดีกรมอัยการรับรองการรับรองฎีกาย่อมเป็นประโยชน์แก่จำเลยเอง จำเลยก็น่าจะขวนขวายขอร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการโดยตนเอง

8พิพากษายืน(คร้าม สิวายะวิโรจน์-ชวน สิงหลกะ-สำราญ ศิริพันธ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

9ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 อีก 1 ใน 3 เป็นจำคุก 4 ปี

10จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งฎีกาไปให้อธิบดีกรมอัยการตรวจรับรองให้ฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการยื่นฎีกา ถึงแม้ศาลจะปฏิบัติตามคำร้องของจำเลย ก็ไม่มีทางที่อธิบดีกรมอัยการจะรับรองฎีกาของจำเลยได้ทันจึงให้ยกคำร้อง

11จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยจะขอให้อธิบดีกรมอัยการรับรองนั้น เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องดำเนินการเองศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่จัดส่งคำร้องให้

12พิพากษายืนในผล จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นส่งฎีกาตรงไปยังอธิบดีกรมอัยการเพื่อรับรองได้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า

13จำเลยฎีกาไม่เข้ามาตรา 217 ถึง221 ไม่รับฎีกาจำเลยยื่นฎีกาอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกาเห็นว่า

14จำเลยฎีกาได้ให้รับฎีกาศาลชั้นต้นจึงสั่งรับและส่งสำนวนมายังศาลฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, 219, 220 นั้น เมื่อจำเลยยื่นฎีกาตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 221 มิได้บัญญัติให้ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งฎีกาของจำเลยไปให้อธิบดีกรมอัยการรับรองการรับรองฎีกาย่อมเป็นประโยชน์แก่จำเลยเอง จำเลยก็น่าจะขวนขวายขอร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการโดยตนเอง

15พิพากษายืน

(คร้าม สิวายะวิโรจน์ - ชวน สิงหลกะ - สำราญ ศิริพันธ์)