คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2557
ผล: ยกฟ้องคำวินิจฉัยที่ 16/2557นางมานิตย์ จ้อยทรัพย์โจทก์ นางจำนงค์ บุญศรีโรจน์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนจำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1โจทก์ยื่นฟ้องเอกชนด้วยกันเองและหน่วยงานทางปกครองเป็นจำเลย ว่าโจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน โดยสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ต้นปี ๒๕๒๖ จนถึงปัจจุบัน โจทก์ทราบว่ามีการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ ๒๓๒๔ และภายหลังได้มีการออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๖๗๕ โดยเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นตัวแทนจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ออกโฉนดที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบ การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการโต้แย้งสิทธิทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๖๗๕ และให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ส่วนจำเลย ที่ ๓ ให้การว่าเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาทมาเป็นลำดับขั้นตอน การออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๖๗๕ เป็นโฉนดที่ดินที่ถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาล
2พิพากษายกฟ้อง เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ในการใช้สิทธิทางศาล ก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ การที่ศาล จะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 16/2557นางมานิตย์ จ้อยทรัพย์โจทก์นางจำนงค์ บุญศรีโรจน์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน โจทก์ยื่นฟ้องเอกชนด้วยกันเองและหน่วยงานทางปกครองเป็นจำเลย ว่าโจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โดยสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ต้นปี ๒๕๒๖ จนถึงปัจจุบัน โจทก์ทราบว่ามีการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ ๒๓๒๔ และภายหลังได้มีการออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๖๗๕ โดยเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นตัวแทนจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ออกโฉนดที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบ การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการโต้แย้งสิทธิทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๖๗๕ และให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ส่วนจำเลย ที่ ๓ ให้การว่าเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาทมาเป็นลำดับขั้นตอน การออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๖๗๕ เป็นโฉนดที่ดินที่ถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาล
2พิพากษายกฟ้อง เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ในการใช้สิทธิทางศาล ก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ การที่ศาล จะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()แหล่งที่มาส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินคำพิพากษา: