คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1938/2494 ย่อ (หลักกฎหมาย) โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยยักยอกทรัพย์โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้รักษาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ ซึ่งตกจากรถยนต์และถึงแก่ความตาย เพื่อนำไปมอบให้สามีของเจ้าทรัพย์แล้วจำเลยบังอาจมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์ที่เก็บรักษาไว้นั้นเป็นอาณาประโยชน์ของจำเลยเสีย ดังนี้ แม้จะไม่มีคำว่าจำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์ ก็พอถือได้ว่าเป็นการรับมอบหมายโดยปริยาย ต้องตามตัวบทในมาตรา 314 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาแล้ว และในกรณีเช่นนี้สามีย่อมเป็นผู้เสียหาย มีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวได้ คำพิพากษา โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้เก็บรักษาเงิน๖๖๕๐ บาท อันเป็นทรัพย์ของนางเสมอใจ ซึ่งตกรถยนต์และถึงแก่ความตาย เพื่อนำไปมอบให้นายดวงสามีของนางเสมอใจแล้วจำเลยบังอาจมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงิน ๖๖๕๐ บาท ของนางเสมอใจนั้นเป็นอาณาประโยชน์ของจำเลยเสียขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๑๔ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในผลที่ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายว่าจำเลยเป็นผู้รักษาเงินอันเป็นทรัพย์ของนางเสมอใจ ผู้ตาย เพื่อนำไปให้นายดวงสามีนางเสมอใจนั้น พอถือได้ว่าเป็นการรับมอบหมายโดยปริยาย ต้องตามตัวบท ซึ่งโจทก์อ้างท้ายฟ้องแล้ว ถ้าเงินจำนวนนี้เป็นของนางเสมอใจจริง นายดวงก็เป็นผู้รับมรดกนางเสมอใจ ย่อมเป็นผู้เสียหายโดยตรงที่จะร้องทุกข์ได้ แต่ศาลชั้นต้นยังหาได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงจึงให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นชี้ขาดข้อเท็จจริงต่อไป โดยพิพากษาใหม่ องค์คณะ: ดุลยการณ์โกวิท - ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ - มนูกิจวิมลอรรถ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 2, ป.วิ.อ. มาตรา 158, กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา