D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1383/2521

ผล: ยืน อาญา

พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์ นายมนตรี สุแดงน้อยจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานโดยมีเจตนาจะทำร้ายร่างกายเมื่อ ส. เปิดประตูห้องออกมา จำเลยยังลงบันไดไปเอามีดที่อยู่ข้างล่าง แล้วจึงใช้มีดนั้นแทง ส. แทนที่จะแทงทันทีที่เปิดประตู ก็ยังถือไม่ได้ว่าการบุกรุกนั้นเป็นคนละตอนกับการทำร้ายร่างกาย เพราะ ได้กระทำโดยกระชั้นชิดติดต่อกันโดยมีเจตนาเพื่อจะทำร้ายร่างกาย จึงมิใช่ความผิดหลายกรรมต่างกัน

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบริเวณระเบียงบ้านของนายวิรัตน์แล้วใช้มีดปลายแหลมแทงนายวิรัตน์โดยเจตนาฆ่า แต่มีผู้แย่งมีดและแพทย์รักษาได้ทัน นายวิรัตน์จึงไม่ตายเพียงแต่รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3), 288, 80, 91 ริบของกลาง

2จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานและพยายามฆ่านายวิรัตน์ ภู่เจริญ เป็นความผิด 2 กรรมต่างกัน พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) จำคุกหนึ่งปีและมาตรา 288, 80 จำคุกสิบปี รวมจำคุกสิบเอ็ดปี ของกลางริบ

3จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่า และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท

4พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 364(2)(3)ให้ลงโทษตามมาตรา 297 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุกหกปี คำรับชั้นจับกุมมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกสี่ปีหกเดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

5โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยประสงค์จะทำร้ายนางโสภาไม่ใช่ผู้เสียหาย จำเลยใช้มีดแทงนางโสภาก่อน แต่ผู้เสียหายผลักนางโสภาหลบไปคมมีดจึงถูกผู้เสียหาย หลังจากนั้นจำเลยแทงผู้เสียหายอีกหลายที ไม่ปรากฏว่าจำเลยกับผู้เสียหายมีสาเหตุต่อกันถึงกับจะคิดฆ่าผู้เสียหาย ข้อเท็จจริงยังไม่พอชี้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายข้อที่

6โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปนั้น เห็นว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานโดยมีเจตนาจะทำร้ายร่างกาย แม้จะได้ความว่าเมื่อนางโสภาเปิดประตูห้องออกมา จำเลยยังลงบันไดไปเอามีดที่อยู่ข้างล่างแล้วจึงใช้มีดนั้นแทงนางโสภา แทนที่จะแทงนางโสภาทันทีที่นางโสภาเปิดประตูออกมาก็ตาม ก็ยังถือไม่ได้ว่าการบุกรุกนั้นเป็นคนละตอนกับการทำร้ายร่างกาย เพราะได้กระทำโดยกระชั้นชิดติดต่อกัน โดยมีเจตนาเพื่อจะทำร้ายร่างกายนางโสภา จึงมิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

7พิพากษายืน

(สงวน สิทธิไชย - ชุบ วีระเวคิน - สุไพศาล วิบุลศิลป์)