ย่อ / หลักกฎหมาย
1จำเลยเบิกความเป็นพะยานต่อศาลว่าไม่เห็นคนร้ายแตกต่างกับที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนว่าเห็น เมื่อจำเลยถูกฟ้องฐานแจ้งความเท็จ
2จำเลยให้การสู้คดีว่าได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า ไม่เห็นคนร้ายแต่พนักงานสอบสวนจดเอาเองว่าเห็น ไม่ได้อ่านให้จำเลยฟังจำเลยไม่ได้เถียงว่าคำให้การชั้นสอบสวนที่ว่าเห็นนั้นเป็นความจริง ดังนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงว่าคำให้การชั้นสอบสวนที่ว่าเห็นนั้นเป็นความเท็จ.
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จ โดยนำความที่รู้ว่าเป็นความเท็จไปแจ้งแก่พนักงานสอบสวน ว่าเห็นนายลีดกับพวกปล้นทรัพย์นางมี
2จำเลยให้การว่า ได้แจ้งความว่า ไม่เห็น พนักงานสอบสวนจดคำให้การเอาเองว่า เห็น
3ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า จำเลยมาให้การชั้นศาลในคดีนายลีกับพวกเป็นจำเลยเรื่องปล้นว่า ความจริงจำเลยไม่ได้เห็นและให้การเมื่อเป็นจำเลยในคดีนี้ ก็ยังว่าความจริงจำเลยได้ให้การชั้นสอบสวนว่ามิได้เห็นนายลีกับวพกปล้นทรัพย์ ไม่ได้เถียงว่าคำให้การชั้นสอบสวนที่ว่าเห็นนั้นเป็นความจริง จึงฟังได้ว่า ความจริงจำเลยไม่ได้เห็นายลีกับพวกปล้นทรัพย์ ฉะนั้นคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนที่ว่าเห็น จึงเป็นความเท็จอยู่ในตัว และศาลฎีกาฟังว่า จำเลยได้ให้การไว้ชั้นสอบสวนว่าได้เห็น จำเลยจึงมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ
4พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
(มนูภันย์วิมลสาร - เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - ประมูล สุวรรณศร)
ศาลชั้นต้น - นายอินทร อุดลย์ศาลอุทธรณ์ - พระศิลปสิทธิวินิจฉัย