1สามีอนุญาตให้ภรรยาฟ้องความเกี่ยวกับสินบริคณห์ ภรรยาทำยอมความโดยมิได้รับความยินยอมจากสามี สัญญายอมความเช่นนี้เป็นโมฆียะ สามีบอกล้างเสียได้ได้ความว่าเดิม ย.จำเลยซึ่งเป็นภรรยาโจทก์ ได้ฟ้องขับไล่ ง.ออกจากที่ดิน ซึ่งเป็นสินบริคณห์ โดยลำพังตนผุ้เดียวและโจทก์ได้ให้คำอนุญาต ในที่สุด ย. กับ ง. ยอมความกันแบ่งที่ดินรายพิพาทกันคนละครึ่ง ส่วนของ ย.จำเลยขายให้ ง. เมื่อโจทก์ทราบเรื่องการยอมความนี้ จึงยื่นคำแถลงคัดค้านและมีหนังสือบอกล้าง ในที่สุดฟ้องคดีนี้ขึ้นขอให้ศาลทำลายสัญญายอมและขับไล่ ง. จำเลย ศาลฎีกาตัดสินว่า ถึงแม้โจทก์ยินยอมอนุญาตให้ ย. ฟ้องร้อง ง. ในคดีเดิมนี้ก็ดี แต่ในความที่ ย. และ ง. ทำสัญญายอมความกันนั้นโจทก์มิได้รู้เห็น และได้ให้อนุญาต สัญญายอมจึงตกเป็นโมฆียะ และเมื่อโจทก์ได้มีหนังสือบอกล้างให้ ง.ทราบแล้วดังนี้ จึง
2พิพากษายืนตามศาลอุทรณ์ให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นเสีย ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2481นายฉนุ กงแก้วโจทก์นายโง่วเกียง นายเยื้อนจำเลย ป.พ.พ. ม. 38, ม. 137, ม. 1476สามีอนุญาตให้ภรรยาฟ้องความเกี่ยวกับสินบริคณห์ ภรรยาทำยอมความโดยมิได้รับความยินยอมจากสามี สัญญายอมความเช่นนี้เป็นโมฆียะ สามีบอกล้างเสียได้ได้ความว่าเดิม ย.จำเลยซึ่งเป็นภรรยาโจทก์ ได้ฟ้องขับไล่ ง.ออกจากที่ดิน ซึ่งเป็นสินบริคณห์ โดยลำพังตนผุ้เดียวและโจทก์ได้ให้คำอนุญาต ในที่สุด ย. กับ ง. ยอมความกันแบ่งที่ดินรายพิพาทกันคนละครึ่ง ส่วนของ ย.จำเลยขายให้ ง. เมื่อโจทก์ทราบเรื่องการยอมความนี้ จึงยื่นคำแถลงคัดค้านและมีหนังสือบอกล้าง ในที่สุดฟ้องคดีนี้ขึ้นขอให้ศาลทำลายสัญญายอมและขับไล่ ง. จำเลย ศาลฎีกาตัดสินว่า ถึงแม้โจทก์ยินยอมอนุญาตให้ ย. ฟ้องร้อง ง. ในคดีเดิมนี้ก็ดี แต่ในความที่ ย. และ
1ง. ทำสัญญายอมความกันนั้นโจทก์มิได้รู้เห็น และได้ให้อนุญาต สัญญายอมจึงตกเป็นโมฆียะ และเมื่อโจทก์ได้มีหนังสือบอกล้างให้ ง.ทราบแล้วดังนี้ จึง
2พิพากษายืนตามศาลอุทรณ์ให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นเสีย(เทฟโนต์-นิติศาสตร์-พลางกูร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่าเดิม ย.จำเลยซึ่งเป็นภรรยาโจทก์ ได้ฟ้องขับไล่ ง.ออกจากที่ดิน ซึ่งเป็นสินบริคณห์ โดยลำพังตนผุ้เดียวและโจทก์ได้ให้คำอนุญาต ในที่สุด ย. กับ ง. ยอมความกันแบ่งที่ดินรายพิพาทกันคนละครึ่ง ส่วนของ ย.จำเลยขายให้ ง. เมื่อโจทก์ทราบเรื่องการยอมความนี้ จึงยื่นคำแถลงคัดค้านและมีหนังสือบอกล้าง ในที่สุดฟ้องคดีนี้ขึ้นขอให้ศาลทำลายสัญญายอมและขับไล่ ง. จำเลย ศาลฎีกาตัดสินว่า ถึงแม้โจทก์ยินยอมอนุญาตให้ ย. ฟ้องร้อง ง. ในคดีเดิมนี้ก็ดี แต่ในความที่ ย. และ ง. ทำสัญญายอมความกันนั้นโจทก์มิได้รู้เห็น และได้ให้อนุญาต สัญญายอมจึงตกเป็นโมฆียะ และเมื่อโจทก์ได้มีหนังสือบอกล้างให้ ง.ทราบแล้วดังนี้ จึง
3พิพากษายืนตามศาลอุทรณ์ให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นเสีย