D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1257/2500

ผล: ยืน

อัยการจังหวัดระนองโจทก์ นางสมบูรณ์ ไทยน้อยจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 27 (2)

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1การที่หญิงรับจ้างให้ชายกระทำชำเราสำส่อนนั้นยังไม่เป็นความผิด ความผิดเกิดขึ้นเพราะไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อน เท่านั้น เงินค่าจ้างที่จำเลยได้รับมาจากการให้ชายทำชำเรา จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยได้มาโดยได้กระทำผิดตามความในกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 27(2) จะริบเงินนั้นไม่ได้เรื่อง ผิด พ.ร.บ.สัญจรโรค ได้ความตามฟ้องและคำรับของจำเลยว่าจำเลยประพฤติตนเป็นหญิงนครโสเภณีรับจ้างให้ขายทำชำเราสำส่อน โดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับได้พร้อมด้วยเงินค่าจ้าง ๓๐ บาท จำเลยได้รับเป็นของกลาง

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตาม พ.ร.บ.สัญจรโรค ร.ศ.๑๒๗ มาตรา ๑๕,๓๐ ลดรับกึ่งตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๕๙ แล้วปรับ ๓๐ บาท ค่าปรับจัดการตาม ม.๑๘ ส่วนเงินของกลางยังมิใช่ทรัพย์ที่ได้มาโดยกระทำผิด ให้คืนเจ้าของ

3โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่หญิงรับจ้างให้ขายกระทำชำเราสำส่อนนั้นยังไม่เป็นความผิด ความผิดเกิดขึ้นเพราะไม่ได้ขอนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อนเท่านั้น เงินค่าจ้างที่จำเลยได้รับมาจากการให้ขายทำชำเรา จึงวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้มาโดยได้กระทำความผิดตามความในกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๗ (๒)

4พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1257/2500อัยการจังหวัดระนองโจทก์นางสมบูรณ์ ไทยน้อยจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 27 (2) พ.ร.บ.ป้องกันสัญจรโรค ร.ศ.127 ม. 15, ม. 30การที่หญิงรับจ้างให้ชายกระทำชำเราสำส่อนนั้นยังไม่เป็นความผิด ความผิดเกิดขึ้นเพราะไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อน เท่านั้น เงินค่าจ้างที่จำเลยได้รับมาจากการให้ชายทำชำเรา จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยได้มาโดยได้กระทำผิดตามความในกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 27(2) จะริบเงินนั้นไม่ได้เรื่อง ผิด พ.ร.บ.สัญจรโรค

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1ได้ความตามฟ้องและคำรับของจำเลยว่าจำเลยประพฤติตนเป็นหญิงนครโสเภณีรับจ้างให้ขายทำชำเราสำส่อน โดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับได้พร้อมด้วยเงินค่าจ้าง ๓๐ บาท จำเลยได้รับเป็นของกลาง

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตาม พ.ร.บ.สัญจรโรค ร.ศ.๑๒๗ มาตรา ๑๕,๓๐ ลดรับกึ่งตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๕๙ แล้วปรับ ๓๐ บาท ค่าปรับจัดการตาม ม.๑๘ ส่วนเงินของกลางยังมิใช่ทรัพย์ที่ได้มาโดยกระทำผิด ให้คืนเจ้าของ

3โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่หญิงรับจ้างให้ขายกระทำชำเราสำส่อนนั้นยังไม่เป็นความผิด ความผิดเกิดขึ้นเพราะไม่ได้ขอนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อนเท่านั้น เงินค่าจ้างที่จำเลยได้รับมาจากการให้ขายทำชำเรา จึงวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้มาโดยได้กระทำความผิดตามความในกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๗ (๒)

4พิพากษายืน(มนูกิจวิมลอรรถ-ดุลยพากย์สุวมัณฑ์-ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)ศาลจังหวัดระนอง - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชยศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชิตปฏิภาณแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: เรื่อง ผิด พ.ร.บ.สัญจรโรค ได้ความตามฟ้องและคำรับของจำเลยว่าจำเลยประพฤติตนเป็นหญิงนครโสเภณีรับจ้างให้ขายทำชำเราสำส่อน โดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับได้พร้อมด้วยเงินค่าจ้าง ๓๐ บาท จำเลยได้รับเป็นของกลาง

5ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตาม พ.ร.บ.สัญจรโรค ร.ศ.๑๒๗ มาตรา ๑๕,๓๐ ลดรับกึ่งตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๕๙ แล้วปรับ ๓๐ บาท ค่าปรับจัดการตาม ม.๑๘ ส่วนเงินของกลางยังมิใช่ทรัพย์ที่ได้มาโดยกระทำผิด ให้คืนเจ้าของ

6โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่หญิงรับจ้างให้ขายกระทำชำเราสำส่อนนั้นยังไม่เป็นความผิด ความผิดเกิดขึ้นเพราะไม่ได้ขอนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อนเท่านั้น เงินค่าจ้างที่จำเลยได้รับมาจากการให้ขายทำชำเรา จึงวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้มาโดยได้กระทำความผิดตามความในกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๗ (๒)

7พิพากษายืน

(มนูกิจวิมลอรรถ - ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ - ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)

ศาลจังหวัดระนอง - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชยศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชิตปฏิภาณ