คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557-558/2490

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1จะยกเอาความไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวไม่ได้ ตามมาตรา 45 นั้น ใช้ฉะเพาะกรณีที่การกระทำนั้นเป็นความผิดแล้ว แจ้งความต่อเจ้าพนักงานว่าผู้ตายไม่มีทายาทโดยเชื่อตามที่ทนายบอกว่า ผู้มีชื่อไม่ใช่ทายาทซึ่งความจริงเขาเป็นทายาท ศาลล่างชี้ขาดว่า จำเลยไม่มีเจตนาแจ้งความเท็จนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง และไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 45

คำพิพากษา

1คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานหรือบอกให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความเท็จว่า โจทก์มิได้เป็นทายาทของผู้ตาย ทำให้โจทก์เสียหาย

2จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยแจ้งความตามคำแนะนำของทนายความว่าโจทก์มิได้เป็นทายาท

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้มีเจตนากระทำความผิดต่อกฎหมายการที่จำเลยกระทำไปก็โดยเชื่อคำแนะนำของทนายความด้วยความสุจจริต จะเอาผิดแก่จำเลยดังโจทก์ฟ้องไม่ได้ให้ยกฟ้อง

4โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำไปโดยเชื่อคำแนะนำของทนายความด้วยความสุจจริตจะเอาผิดตามฟ้องของโจทก์ไม่ได้ เป็นการฝ่ายืนกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๔๕ บุคคลกระทำผิดไม่รู้กฎหมาย จะเอาความที่ไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวไม่ได้นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องกระทำผิดโดยไม่รู้กฎหมายจะเอาความที่ไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวดัง

5โจทก์ฎีกา แต่เป็นเรื่องที่จำเลยมีเจตนากระทำผิดดังโจทก์ฟ้องหรือไม่ต่างหาก ซึ่งข้อนี้ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิด จึงต้องห้ามฎีกาตามมาตรา ๒๑๙

6พิพากษายืน

(มนูภันย์วิมลสาร - เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - นาถปรีชา)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 45, กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118, กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 230

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ