คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4313/2560

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1เจ้าพนักงานตำรวจภูธรแหลมฉบังเข้าจับกุมจำเลยที่อพาร์ตเมนต์ชื่อ ศ. เฮ้าส์ ท้องที่ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 เวลา 15.52 นาฬิกา ตามที่จำเลยต่อสู้ หาใช่จับกุมที่หน้าร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท บริเวณตลาดสี่มุมเมือง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เวลา 2.30 นาฬิกา ดังที่ผู้จับกุมกล่าวอ้างไม่ เหตุคดีนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 18 วรรคสาม การสอบสวนคดีนี้จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นผลให้พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8, ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 371 ริบ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลาง

2จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลาง และให้คืนอาวุธปืนมีทะเบียนของกลางแก่เจ้าของ

3โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติด พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท ฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาต จำคุก 8 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน

4จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 666,666.66 บาท ฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาต จำคุก 5 เดือน 10 วัน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 33 ปี 13 เดือน 10 วัน และปรับ 666,666.66 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ให้ยก ริบ 3,4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลางและคืนอาวุธปืนมีทะเบียนของกลางแก่เจ้าของ

5จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลย โดยยึด 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 54 เม็ด กับชนิดผง 1 ถุง รวมคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 20.427 กรัม และอาวุธปืนออโตเมติก ขนาด .380 เครื่องหมายทะเบียน กท 2603191 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาดเดียวกัน 6 นัด เป็นของกลาง

6มี ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เวลา 2.30 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบังจับกุมจำเลยที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยยึดได้ยาเสพติดและอาวุธปืนที่ตัวจำเลยเป็นของกลาง ฝ่าย

7จำเลยให้การปฏิเสธและนำสืบต่อสู้ว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 เวลา 15.30 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจภูธรแหลมฉบังเข้าไปจับกุมจำเลยขณะจำเลยพักอาศัยอยู่ในห้องพักกับคนรักของจำเลยที่ศิริพรเฮ้าส์ อพาร์ตเมนต์ในท้องที่ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าพนักงานตำรวจค้นห้องพักของจำเลยแล้วไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เนื่องจากการจับกุมจำเลยตามข้ออ้างของโจทก์และตามข้อต่อสู้ของจำเลยมีข้อขัดแย้งแตกต่างกันในสาระสำคัญอย่างสิ้นเชิงและอาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายตามมาหลายประการ กรณีจึงเห็นควรพิจารณาให้ได้ความกระจ่างเสียก่อนว่า การจับกุมจำเลยเกิดขึ้นในวันเวลาและสถานที่ใด ในปัญหานี้ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกบุญฑริกและดาบตำรวจทวีป ผู้ร่วมจับกุมจำเลยเป็นพยานเบิกความได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เวลาประมาณ 2 นาฬิกา ขณะพยานทั้งสองกับพวกรวม 8 คน ออกตรวจท้องที่ในเขตรับผิดชอบโดยใช้รถตู้เป็นยานพาหนะ ได้มีสายลับโทรศัพท์แจ้งแก่ผู้บังคับบัญชาของพยานทั้งสองว่าจำเลยจะนำยาเสพติดไปส่งมอบแก่ผู้อื่นที่บริเวณตลาดสี่มุมเมือง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พยานทั้งสองกับพวกจึงพากันเดินทางไปตรวจสอบที่ตลาดและพบจำเลยที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท พยานทั้งสองกับพวกลงจากรถแสดงตัวแก่จำเลยว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแล้วขอตรวจค้น จำเลยพยายามหลบหนี แต่เจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมจำเลยไว้ได้โดยเมื่อตรวจค้นตัวจำเลย พบ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 54 เม็ด และชนิดผง 1 ถุง บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวาของจำเลยกับพบอาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 6 นัด ที่เอวด้านหน้าของจำเลย จึงจับกุมจำเลยและยึด 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนกับอาวุธปืนเป็นของกลาง เห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองมีเนื้อหาว่า พยานโจทก์ทั้งสองเพิ่งทราบพฤติการณ์ของจำเลยก่อนเกิดเหตุเพียงประมาณ 30 นาที โดยได้รับแจ้งว่าจำเลยจะนำยาเสพติดไปส่งมอบแก่ผู้อื่นที่บริเวณตลาดสี่มุมเมือง แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในบันทึกการจับกุมกลับได้ความไปอีกทางหนึ่งว่า ก่อนจับกุมจำเลยเจ้าพนักงานตำรวจได้สืบทราบแน่ชัดว่า จำเลยลักลอบจำหน่าย 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน ในเขตตำบลทุ่งสุขลาเป็นเวลานานแล้ว และในวันเกิดเหตุก่อนเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บริเวณตลาดสี่มุมเมืองมีการมั่วสุมจำหน่ายและเสพยาเสพติด จึงเดินทางไปตรวจสอบจนพบจำเลย ซึ่งเมื่อพิจารณาพยานบุคคลและพยานเอกสารของโจทก์แล้ว เห็นได้ว่าพยานหลักฐานของโจทก์สองส่วนนี้ขัดแย้งกันสับสนเป็นพิรุธ อย่างไรก็ตามบันทึกการจับกุมมีพยานโจทก์ทั้งสองและเจ้าพนักงานตำรวจอื่นที่ร่วมจับกุมจำเลยลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องรวม 8 คน จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมมีข้อมูลเบาะแสที่จะจับกุมจำเลยมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 ปัญหาต่อไปว่า เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้จับกุมจำเลยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 ดังที่

8จำเลยฎีกาหรือไม่ เห็นว่า แม้ร้อยตำรวจเอกบุญฑริกและดาบตำรวจทวีปพยานโจทก์ได้เบิกความตรงกันว่า พยานทั้งสองร่วมกันจับกุมจำเลยที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ทในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เวลา 2.30 นาฬิกา โดยมีบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การเป็นหลักฐานอ้างอิงก็ตาม แต่เมื่อทนายจำเลยนำสำเนาภาพถ่ายจากกล้องวีดีโอวงจรปิดซึ่งบันทึกเหตุการณ์การจับกุมจำเลยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 เวลา 15.52 นาฬิกา ตามสำเนาภาพถ่ายเอกสาร มาถามค้านพยานทั้งสอง พยานทั้งสองได้ให้ถ้อยคำทำนองเดียวกันว่า สำเนาภาพถ่ายทั้งสองฉบับเป็นการบันทึกภาพที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งโดยบุคคลที่ถูกควบคุมตัวตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.1 ภาพที่ 3 คือ จำเลย ส่วนบุคคลตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.2 ภาพที่ 3 คือ ดาบตำรวจทวีป เนื่องจากพยานทั้งสองยืนยันว่า พยานทั้งสองร่วมกันจับกุมจำเลยในคดีนี้เพียงคดีเดียว ประกอบข้อที่จำเลยเบิกความว่า ในช่วงที่จำเลยถูกจับกุมจำเลยพักอาศัยอยู่กับคนรักของจำเลยที่ศิริพรเฮ้าส์อพาร์ตเมนต์นั้น นอกจากสอดคล้องกับคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาแล้ว จำเลยยังมีนางสาววรารัตน์ คนรักของจำเลยและนางสมทรง แม่บ้านของศิริพรเฮ้าส์ อพาร์ตเมนต์ เป็นพยานเบิกความสนับสนุนน่าเชื่อถือ อีกทั้งเมื่อพิจารณาสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.1 ภาพที่ 3 และ ล.4 ภาพที่ 6 เปรียบเทียบกับสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.5 ในส่วนที่เกี่ยวกับเสื้อของจำเลยแล้วเห็นได้ว่า เสื้อที่จำเลยสวมใส่ขณะถูกจับกุมตามที่ปรากฏในกล้องวีดีโอวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์และเสื้อที่จำเลยสวมใส่ขณะชี้ของกลางที่สถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง มีสีและลวดลายบนหน้าอกเสื้อเป็นอย่างเดียวกัน จึงทำให้เชื่อได้โดยสนิทใจว่าเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบังได้เข้าจับกุมจำเลยที่อพาร์ตเมนต์ชื่อศิริพรเฮ้าส์ ท้องที่ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 เวลา 15.52 นาฬิกา ตามที่จำเลยต่อสู้ โดยกรณีหาใช่เป็นการจับกุมที่หน้าร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท บริเวณตลาดสี่มุมเมืองเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เวลา 2.30 นาฬิกา ดังที่ผู้ร่วมจับกุมกล่าวอ้างไม่ เหตุคดีนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคสาม การสอบสวนคดีนี้จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นผลให้พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 กรณีไม่มีความจำเป็นที่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นตามฎีกาของจำเลยอีก เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดและพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

9พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

(ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์ - สมยศ เข็มทอง - ภาวนา สุคันธวณิช)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 18, ป.วิ.อ. มาตรา 120, พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/1, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102, ป.อ. มาตรา 91, ป.อ. มาตรา 371, ป.อ. มาตรา 78, ป.อ. มาตรา 29, ป.อ. มาตรา 30

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ