1นิติบุคคลอาคารชุด บ. ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน โจทก์ ยื่นฟ้อง เทศบาลตำบลบางละมุง ที่ 1 นายอำเภอบางละมุง ที่ 2 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ที่ 3 จำเลย ความว่า โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลอาคารชุด โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุด บ. ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินตราจองเลขที่ 1286 และตราจองเลขที่ 540 โดยครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องจากผู้ครอบครองที่ดินเดิมตั้งแต่ก่อนปี 2497 อันเป็นเวลาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โจทก์ที่ 1 ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินจำนวน 2 ฉบับ คือ คำขอฉบับที่ 96/96 และคำขอฉบับที่ 97/97 แต่จําเลยที่ 1 และที่ 2 คัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินพิพาทตามคำขอฉบับที่ 96/96 และจำเลยที่ 3 มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอออกโฉนดของโจทก์ที่ 1 ทั้งสองฉบับ ต่อมาจําเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคําขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ทับซ้อนกับที่ดินพิพาทและจําเลยที่ 3 ประกาศออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงบริเวณห้วยชะเลือด ซึ่งมีแนวเขตที่ทับซ้อนกับที่ดินที่โจทก์ทั้งหกได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จําเลยที่ 1 และที่ 2 ถอนคําคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ที่ 1 และถอนคําขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ให้จำเลยที่ 3 ยกเลิกการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ให้ยกเลิกหรือระงับหรือเพิกถอนประกาศหรือการแจกหรือออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงบริเวณดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จําเลยทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลจังหวัดพัทยาเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองระยองเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้จำเลยทั้งสามจะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 คัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ที่ 1 เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่โดยทั่วไปในฐานะผู้ดูแลรักษาที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินเพื่อป้องกันมิให้มีการรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของรัฐ จึงไม่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่โจทก์ทั้งหกมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จําเลยที่ 1 และที่ 2 ถอนคําขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) และให้จำเลยที่ 3 ยกเลิกการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) กับให้ยกเลิกหรือระงับหรือเพิกถอนประกาศหรือการแจกหรือออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงบริเวณดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น เมื่อพิจารณาเหตุแห่งการฟ้องคดีจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินระหว่างโจทก์ทั้งหกกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาคำขอเพื่อออกโฉนดที่ดินตามกฎหมาย ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์ทั้งหกเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์หรือเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน การที่โจทก์ทั้งหกนำคดีมาฟ้องต่อศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งแสดงสิทธิในที่ดินพิพาทคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม