คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2542
ผล: ยกฎีกา อาญาพนักงานอัยจการประจำศาลแขวงชลบุรีโจทก์ นาย สามารถ วัวชนะหรือวัวชะนะ กับพวกจำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก และศาลอุทธรณ์มิได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี และในกรณีนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ไม่ได้บัญญัติให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคำอนุญาตของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นจึงไม่มีผลทำให้
2จำเลยทั้งสามมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295และริบของกลาง
2จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 83 ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือน
3จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนริบของกลาง
4จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
5ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก และศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้
6พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ที่
7จำเลยทั้งสามฎีกาขอให้ศาลรอการลงโทษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมายดังกล่าวและในกรณีนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ไม่ได้บัญญัติให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคำอนุญาตของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นจึงไม่มีผลหรือทำให้
8จำเลยทั้งสามมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสาม
(ชาญชัย ลิขิตจิตถะ - เธียรไท สุนทรนันท - ชวเลิศ โสภณวัต)