คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2531 ย่อ (หลักกฎหมาย) ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาว่า เอกสาร ล.1 ที่จำเลยอ้างส่งประกอบคำซักค้านพยานโจทก์และศาลรับไว้แล้วนั้น จะรับฟังประกอบการพิจารณาพิพากษาได้หรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ควรจะขึ้นสู่ศาลฎีกาได้วินิจฉัย และถึงแม้คดีนี้ทุนทรัพย์จะไม่ถึง50,000 บาท ต่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นการแก้ไขมากฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามในข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 29,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนสินค้าตามรายการตามฟ้องให้โจทก์ ถ้าคืนไม่ได้ให้ชำระเงินค่าสินค้าเป็นเงิน45,300 บาทให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 61) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 64) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ขอให้จำเลยชำระหนี้ค่าสินค้าจำนวน 45,300 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 29,000 บาทแก่โจทก์ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 45,300 บาทเต็มตามฟ้องแก่โจทก์เป็นการแก้ไขมาก จึงไม่ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงให้รับฎีกาจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป คำพิพากษา องค์คณะ: ถวิล ทองสว่างรัตน์ - บุญส่ง คล้ายแก้ว - ธีรศักดิ์ กรรณสูต กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. มาตรา 248 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา