1ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีเหตุผลพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ และขณะนี้ที่ดินพิพาทอยู่ในความครอบครองทำประโยชน์ของจำเลยที่ 3 ทั้งจำเลยที่ 3 ก็มิได้จำหน่ายจ่ายโอนแต่ประการใดหากโจทก์ชนะคดีก็สามารถบังคับได้โดยง่ายโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 83)ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ได้ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 3ในฐานะบุตรบุญธรรมขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 2 ผู้มรณะศาลชั้นต้นอนุญาต
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินมรดกของนางบุญ พานใต้หรือโยธาพิทักษ์ ร่วมกับจำเลยที่ 1ในส่วนแบ่งที่โจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 ได้รับร่วมกันตามฟ้องข้อ 2(1)(2)(3) และ (4) คนละ 1 ส่วนเท่า ๆ กัน และให้จำเลยที่ 1ทำการแบ่งแยกทรัพย์มรดกออกเป็นสัดส่วนระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 หากจำเลยไม่ทำการแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78,79)จำเลยที่ 3 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 67)คำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 47/2531นางทองดี ธงอาษา กับพวกโจทก์นางป้อง พันธุ์โม้ หรือโยธาพิทักษ์ กับพวกจำเลยนางประคอง พันธุ์โม้ จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีเหตุผลพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ และขณะนี้ที่ดินพิพาทอยู่ในความครอบครองทำประโยชน์ของจำเลยที่ 3 ทั้งจำเลยที่ 3 ก็มิได้จำหน่ายจ่ายโอนแต่ประการใดหากโจทก์ชนะคดีก็สามารถบังคับได้โดยง่ายโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ
1โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 83)ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ได้ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 3ในฐานะบุตรบุญธรรมขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 2 ผู้มรณะศาลชั้นต้นอนุญาต
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินมรดกของนางบุญ พานใต้หรือโยธาพิทักษ์ ร่วมกับจำเลยที่ 1ในส่วนแบ่งที่โจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 ได้รับร่วมกันตามฟ้องข้อ 2(1)(2)(3) และ (4) คนละ 1 ส่วนเท่า ๆ กัน และให้จำเลยที่ 1ทำการแบ่งแยกทรัพย์มรดกออกเป็นสัดส่วนระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 หากจำเลยไม่ทำการแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78,79)จำเลยที่ 3 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 67)คำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ(ประชา บุญวนิช-ดุสิต วราโห-คำนึง อุไรรัตน์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: