คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2536

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ความว่า เนื่องด้วยจำเลยทั้งหกเป็นข้าราชการระดับสูงในกรมตำรวจ และจำเลยทั้งหมดล้วนแต่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของโจทก์ มีอิทธิพลทางการเงินและหน้าที่การงานเป็นข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ มีอิทธิพลเหนือโจทก์ทุกอย่าง โจทก์เกรงว่า การเดินทางไปศาลจังหวัดนครปฐมเพื่อเบิกความต่อศาล ทั้งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและสืบพยานโจทก์ และในชั้นดำเนินกระบวนพิจารณา จะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตของโจทก์ได้ทั้งนี้หลังจากที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว โจทก์ได้ถูกคุกคามข่มขู่ปองร้ายหมายเอาชีวิตหลายครั้งหลายหน จากกลุ่มจำเลย และในการเดินทางไปศาลนั้น ตลอดเส้นทางเอื้ออำนวยต่อการ ลอบปอง ร้ายเพราะจำเลยทุกคนเป็นตำรวจทางหลวงมีอิทธิพล ในเส้นทางดังกล่าว ซึ่งเป็นเหตุล่อแหลมต่อการเกิดเหตุร้าย เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งโจทก์ยังได้รับการตักเตือนจากผู้ใหญ่ ในวงการตำรวจที่หวังดีว่าให้ระมัดระวังตัวในการเดินทางไปศาลอาจถูกลอบปอง ร้ายได้ เพื่อป้องกัน เหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น และเพื่อความปลอดภัยของโจทก์ โปรดอนุญาตให้โอนคดีนี้ไปพิจารณา ที่ศาลอาญาด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 1)

2โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,158,200,264,268,83, 84,86,90,91 คดีอยู่ระหว่างนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว กรณียังไม่พอฟังว่าอาจมีการขัดขวาง ต่อการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาหรือน่ากลัวว่าจะเกิด ความไม่สงบหรือเหตุร้ายอย่างอื่นขึ้น จึงไม่อนุญาตให้โอนคดี

(ประมาณ ชันซื่อ - ประธานศาลฎีกา)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 26, ป.อ. มาตรา 157, ป.อ. มาตรา 158, ป.อ. มาตรา 200, ป.อ. มาตรา 264, ป.อ. มาตรา 268, ป.อ. มาตรา 83, ป.อ. มาตรา 84, ป.อ. มาตรา 86, ป.อ. มาตรา 90, ป.อ. มาตรา 91

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ