คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2478 ย่อ (หลักกฎหมาย) คำรับ ศาลไม่จำต้องฟังคำรับสารภาพของจำเลยมาลงโทษจำเลยเสมอไป เป็นข้อดุลยพินิจของศาลที่จะวินิจฉัยเอาเองว่าควรจะลงโทษจำเลยตามคำรับหรือไม่ จำเลยต่อสู้ว่าได้ทำร้ายเขาโดยป้องกัน แต่รับสารภาพว่าได้ทำเกินสมควรแก่เหตุไป จึงถึงตายเช่นนี้เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ศาลไม่จำต้องฟังคำรับของจำเลยพิพากษาให้ยกฟ้องได้ ฎีกาอุทธรณ์ดุลยพินิจ คำพิพากษา โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำร้ายร่างกาย ข. ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตาม ม. ๒๔๙ จำเลยรับว่าได้ทำร้าย ข. ถึงตายจริงแต่ทำโดยป้องกันหากได้ทำเกินสมควรแก่เหตุ ข. จึงถึงตาย ทางพิจารณาได้ความว่าผู้ตายคุมพรรคพวกเข้าไปทำร้ายร่ายกายบิดาจำเลยถึงในบ้าน บิดาจำเลยถูกทำร้ายถึงตาย ส่วนจำเลยมีบาดเจ็บสาหัส จำเลยจึงทำร้ายผู้ตายถึงตาย ศาลฎีกาตัดสินว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แม้จำเลยจะรับว่าเกิดสมควรแก่เหตุ ก็เป็นแต่เพียงความคิดเห็นของจำเลย และข้อดุลยพินิจเช่นนี้เป็นหน้าที่ของศาลจะวินิจฉัยไม่ใช่ผู้ใดหรือจำเลย คำรับของจำเลยจึงมิพึงถือเป็นหลัก พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์. องค์คณะ: มนธา - พลางกูร - อมาตย์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50, ป.วิ.อ. มาตรา 227 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา