คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2481

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1โจทก์ฟ้องคดีมีทุนทรัพย์ 855 บาท แม้ศาลชั้นต้นจะตัดสินให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้เพียง 177 บาท ก็ดีก็ไม่ทำให้เป็นคดีมโนสาเร่ขึ้น จำเลยย่อมอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน ๘๕๕ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๗๗ บาท

2จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีในชั้นนี้มีทุนทรัพย์เพียง ๑๗๗ บาทเป็นคดีมโนสาเร่ จำเลยจะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงมิได้ ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้เป็นคดีแพ่ง สามัญ เพราะทุนทรัพย์ที่โจทก์เรียกร้องเกิน ๒๐๐ บาท การคำนวนทุนทรัพย์เพื่อชี้ว่าเป็นคดีมโนสาเร่ต้องเป็นไปตาม ม.๑๙๐ ซึ่งบัญญัติว่าจำนวนทุนทรัพย์หรือราคาพิพาทให้คำนวณตามคำเรียกร้องของโจทก์จริงอยู่เรื่องนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยต้องใช้ค่าเสียหาย ๑๗๗ บาท และ

3จำเลยอุทธรณ์ในจำนวนทุนทรัพย์ ๑๗๗ บาท แต่การห้ามอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงตาม ม.๒๒๔ ห้ามฉะเพาะคดีมโนสาเร่ไม่ใช่ห้ามทุนทรัพย์ศาลให้แพ้ชนะ เมื่อเรื่องนี้เป็นคดีสามัญมาแต่ต้น จำเลยจึงอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ จึงพิพากษาให้ป้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยพิจารณาพิพากษาเสียใหม่ ส่วนค่าธรรมเนียมในชั้นนี้คืนให้จำเลย

(อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ - อมาตย์ - เทฟโนต์)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. มาตรา 189, ป.วิ.พ. มาตรา 190, ป.วิ.พ. มาตรา 224

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ