คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 25/2482 ย่อ (หลักกฎหมาย) ข้อเท็จจริงในสำนวนคดีอื่นซึ่งจำเลยมิได้เป็นคู่ความด้วยนั้น ศาลจะนำมาฟังลงโทษจำเลยมิได้ เพราะเป็นการกระทำลับหลังจำเลย พยานบอกเล่านั้นศาล รับฟัง คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามกฏหมายอาญา ม.๑๕๔(๑) และ ๑๙๗ ศาลฏีกาตัดสินว่าคำให้การของจำเลยในคดีนี้เป็นคำให้การปฏิเสธความผิด แม้ว่าจะรัยว่าไม้หามศพไปทิ้งจริง แต่ก็ได้ปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาช่วยผู้กระทำผิด การจะฟังว่าจำเลยให้การอย่างไร จะต้องฟังคำให้การทั้งหมด จะเลือกฟังบางตอนมิได้ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบ เท่าที่โจทก์นำสืบมาก็ได้ความเพียงว่า .ถูก อ.ฆ่าตายและมี ด. มาสืบอีกผุ้หนึ่ง แต่คำพะยานผู้นี้ก็ใช้ไม่ได้เพราะเป็นบอกเล่า ส่วนข้อเท็จจริงอย่างอื่นตามที่ปรากฎในสำนวนที่ฟ้อง อ.เป็นการสืบลับหลังจำเลยจะนำมารฟังลงโทษจำเลยมิได้ พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ องค์คณะ: อมาตย - วิเศษ - มนูภันย์วิมลสาร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 172 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา