คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2489
ผล: ยกคำพิพากษาพนักงานอัยยการ และนายเอง แซ่ลี้โจทก์ นายใต้ปุ้น แซ่ลี้จำเลย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม. 10, ม. 22, ม. 23
ย่อ / หลักกฎหมาย
1เมื่อกฎหมายให้ผู้พิพากษาลงนามในคำพิพากษาได้แล้วก็ย่อมเป็นผู้ทำคำพิพากษาได้ด้วยศางแขวงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย
2จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนายเดียวลงนามในคำพิพากษาโดยมิได้นั่งพิจารณา ไม่ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จีงให้ยกคำพิพากษา แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
3โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษานั้น ผู้พิพากษาทุกๆ นายเป็นองค์คณะและเป็นผู้ที่พิพากษาคดีนั้นด้วยกับทุกคน จะแยกว่าคน ๑ เป็นผู้ทำคำพิพากษาและคนอื่น ๆ เป็นแต่ลงชื่อเพื่อให้ครบองค์คณะนั้นหาถูกต้องไม่ สำหรับศาลแขวงผู้พิพากษานายเดียวก็เป็นองค์คณะ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๐ นั้น แม้หัวหน้าศาลไม่ได้นั่งพิจารณาก้ให้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งหมายถึงการพิพากษาคดีนั่นเอง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต่อไปตามกระบวนความ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2489พนักงานอัยยการ และนายเอง แซ่ลี้โจทก์นายใต้ปุ้น แซ่ลี้จำเลย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม. 10, ม. 22, ม. 23เมื่อกฎหมายให้ผู้พิพากษาลงนามในคำพิพากษาได้แล้วก็ย่อมเป็นผู้ทำคำพิพากษาได้ด้วยศางแขวงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย
4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนายเดียวลงนามในคำพิพากษาโดยมิได้นั่งพิจารณา ไม่ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จีงให้ยกคำพิพากษา แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
5โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษานั้น ผู้พิพากษาทุกๆ นายเป็นองค์คณะและเป็นผู้ที่พิพากษาคดีนั้นด้วยกับทุกคน จะแยกว่าคน ๑ เป็นผู้ทำคำพิพากษาและคนอื่น ๆ เป็นแต่ลงชื่อเพื่อให้ครบองค์คณะนั้นหาถูกต้องไม่ สำหรับศาลแขวงผู้พิพากษานายเดียวก็เป็นองค์คณะ
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๐ นั้น แม้หัวหน้าศาลไม่ได้นั่งพิจารณาก้ให้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งหมายถึงการพิพากษาคดีนั่นเอง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต่อไปตามกระบวนความ(ประมูล สุวรรณศร-เลขวณิชธรรมวิทักษ์-มนูภันย์วิมลสาร)ศาลชั้นต้น - พระมนูนัยวิมลวาจน์ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลไอศวรรย์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ศางแขวงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย
2จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนายเดียวลงนามในคำพิพากษาโดยมิได้นั่งพิจารณา ไม่ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จีงให้ยกคำพิพากษา แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
3โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษานั้น ผู้พิพากษาทุกๆ นายเป็นองค์คณะและเป็นผู้ที่พิพากษาคดีนั้นด้วยกับทุกคน จะแยกว่าคน ๑ เป็นผู้ทำคำพิพากษาและคนอื่น ๆ เป็นแต่ลงชื่อเพื่อให้ครบองค์คณะนั้นหาถูกต้องไม่ สำหรับศาลแขวงผู้พิพากษานายเดียวก็เป็นองค์คณะ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๐ นั้น แม้หัวหน้าศาลไม่ได้นั่งพิจารณาก้ให้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งหมายถึงการพิพากษาคดีนั่นเอง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต่อไปตามกระบวนความ
(ประมูล สุวรรณศร - เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - มนูภันย์วิมลสาร)
ศาลชั้นต้น - พระมนูนัยวิมลวาจน์ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลไอศวรรย์