ย่อ / หลักกฎหมาย
1ฟ้องขอให้แสดงว่าห้างหุ้นส่วนเลิกกันและขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีนั้นเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์กำหนดเป็นราคาเงินมิได้ เมื่อ
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ไขศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อย จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนขอให้ชำระบัญชีจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วน และว่าเป็นเจ้าของโรงมหรสพแต่ผู้เดียวเมื่อได้ความตาม
3ทางพิจารณาว่าจำเลยครอบครองโรงมหรสพในฐานะเป็นผู้จัดการของหุ้นส่วนก็เป็นการสมควรที่จะต้องกล่าวคำวินิจฉัยให้แจ้งชัดตามประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยเองว่า จำเลยครอบครองในฐานะอันใดการกล่าวคำวินิจฉัยเช่นนี้หาใช่เป็นการวินิจฉัยเกินประเด็นไม่
4โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าห้างหุ้นส่วนสามัญเลิกกันและให้ตั้งผู้ชำระบัญชี
5ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าห้างหุ้นส่วนเลิกกันแล้วทรัพย์สินของหุ้นส่วนเป็นกรรมสิทธิ์รวมจึงให้บังคับคดีตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 โดยให้จัดการประมูลขายหรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน แบ่งให้ผู้ถือหุ้นตามส่วน
6ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ว่า ให้ตั้งผู้ชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1061,1062,1063 ดังนี้ถือว่า
7ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ไขศาลชั้นต้นแต่เพียงเล็กน้อย
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายคร้ามฟ้องว่านายคร้ามกับจำเลยและคนอื่น ได้ตกลงเข้าหุ้นส่วนจัดสร้างโรงมหรสพให้เช่าเพื่อหากำไรแต่มิได้จดทะเบียน บัดนี้นายคร้ามวายชนม์ ถือได้ว่าหุ้นส่วนเลิกกันแล้ว จึงขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชี จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าโรงมหรสพเป็นของจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวส่วนจำเลยที่ 2-3 รับตามฟ้อง
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โรงมหรสพเป็นทรัพย์กรรมสิทธิ์รวมของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน ให้จัดการขายเอาเงินมาแบ่งกันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วน
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ตั้งผู้ชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1061, 1062, 1063 จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์กำหนดเป็นราคาเงินมิได้
4ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ไขศาลชั้นต้นแต่เพียงเล็กน้อย จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
(เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - นาถปรีชา - มนูภันย์วิมลสาร)